TOP บวก 3% ขานรับกำไร Q1 โต 456% แตะ 1.95 หมื่นลบ. ค่าการกลั่นฟื้น-สต๊อกน้ำมันหนุน

TOP บวก 3% รับงบไตรมาส 1/69 กำไรโต 456% แตะ 1.95 หมื่นล้านบาท หนุนจากค่าการกลั่นฟื้นตัวแรง สต๊อกน้ำมันหนุน EBITDA เพิ่ม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 พ.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ณ เวลา 10:09 น. อยู่ที่ระดับ48.75 บาท บวก 1.50 บาท หรือ 3.17% สูงสุดที่ระดับ 49.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 48.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 405.26 ล้านบาท

ทั้งนี้ TOP รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 19,481.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 456.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,503.51 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากในไตรมาส 1/2569 กลุ่มไทยออยล์มีปริมาณวัตถุดิบที่ป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 รวมถึงมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 8,539 ล้านบาท ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ กลุ่มไทยออยล์มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม ไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมัน เพิ่มขึ้น 9.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากค่าการกลั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามส่วนต่างราคาน้ำมันอากาศยาน น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซลกับน้ำมันดิบดูไบที่ปรับสูงขึ้น จากภาวะอุปทานตึงตัว อันเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกัน กำไรขั้นต้นของธุรกิจอะโรเมติกส์ปรับเพิ่มขึ้น จากส่วนต่างราคาสารพาราไซลีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ที่ปรับสูงขึ้น ตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศอินเดียและจีน ส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจผลิตสาร Linear Alkyl Benzene หรือ LAB ปรับเพิ่มขึ้น จากภาวะอุปทานตึงตัวที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นของธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากอัตรากำไรของผลิตภัณฑ์พลอยได้ และกลุ่มผลิตภัณฑ์เฉพาะทางที่ปรับตัวดีขึ้น

สำหรับราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในไตรมาส 1/2569 ปรับตัวสูงขึ้น โดยมีแรงหนุนหลักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์รับรู้กำไรจากสต๊อกน้ำมันสุทธิจากรายการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป หนุน EBITDA เพิ่มขึ้น 25,179 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม กลุ่มไทยออยล์รับรู้ขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้น 8,774 ล้านบาท แม้ว่าจะมีกำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 2,262 ล้านบาท ส่งผลให้ในไตรมาส 1/2569 กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 15,977 ล้านบาท จากไตรมาส 1/2568

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า TOP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 19.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 456%  เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และ 693% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าประมาณการของเรา 8% หรือราว 1.4 พันล้านบาท แต่สอดคล้องกับประมาณการของตลาด

ผลประกอบการที่ดีกว่าคาดมีสาเหตุหลักจาก 1) อัตรากำไรขั้นต้นรวมสูงกว่าคาดประมาณ 0.5 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจอะโรเมติกส์ แม้ P2F margin และอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง 2) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยต่ำกว่าคาดราว 200 ล้านบาท อยู่ที่ 683 ล้านบาท ลดลง 4% จากไตรมาสก่อน  แม้มีการใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น และ 3) ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าคาดราว 500 ล้านบาท รวมเป็นประมาณ 2 พันล้านบาท

ในด้านการดำเนินงาน TOP รายงานค่าการกลั่นที่ 12.7 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และอัตราการใช้กำลังการกลั่นที่ 113% ขณะเดียวกันมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันสุทธิ 16.7 พันล้านบาท (17.9 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล) ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการ และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้กำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 TOP ให้ guidance ค่าการกลั่นหลังหักผลกระทบจากการแทรกแซงราคาน้ำมันของภาครัฐที่ 13.3 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล พร้อมคาดการณ์ขาดทุนสต๊อกน้ำมันเล็กน้อย ส่งผลให้คาดว่ากำไรไตรมาส 2/2569 จะอยู่ในระดับมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3 และ 4/2569 ค่าการกลั่นหลังผลกระทบภาครัฐลดลงเหลือ 1.4–6.9 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และเมื่อรวมผลขาดทุนสต๊อกน้ำมันที่ 12.8 และ 6.8 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลตามลำดับ คาดว่ากำไรครึ่งปีหลังของ TOP จะกลับเป็นขาดทุนทั้งสองไตรมาส โดยยังไม่รวมความเสี่ยงจากการลดกำลังการผลิตหากภาครัฐจำกัดการส่งออกน้ำมัน

ทั้งนี้ คงคำแนะนำ “Outperform” สำหรับ TOP ที่ราคาเป้าหมาย 52.70 บาท โดยมี TSR 15% อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้เก็งกำไรเกินราคาเป้าหมาย เนื่องจากกำไรได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในไตรมาส 1/2569

Back to top button