
WHAUP วิ่งต่อ 7% รับ “ดีมานด์น้ำ-ดาต้าเซ็นเตอร์” หนุนกำไรโตต่อ โบรกชูเป้า 6.10 บาท
WHAUP ปรับตัวบวกต่อ 7% รับแรงหนุนดีมานด์น้ำจากกลุ่ม Data Center ในพื้นที่ EEC ดันแนวโน้มกำไรหลักปี 2569-2570 โตต่อเนื่อง ขณะที่โบรกยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 6.10 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 พ.ค.69) ราคาหุ้นบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ณ เวลา 11:27 น. อยู่ที่ระดับ 5.40 บาท บวก 0.35 บาท หรือ 6.93% ราคาสูงสุด 5.40 บาท ราคาต่ำสุด 5.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 86.87 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มกำไรหลักของ WHAUP มีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 15% ในปี 2569 และเติบโตเร่งตัวอีก 30% ในปี 2570 จากแรงหนุนสำคัญของความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นเชิงโครงสร้างจากกลุ่มลูกค้า Data Center
สำหรับปี 2569 คาดว่า WHAUP จะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ค่าความพร้อมจ่าย หรือ Capacity Charges จำนวน 500 ล้านบาท จากสัญญาซื้อขายน้ำที่ลงนามแล้วจำนวน 28 ล้านลูกบาศก์เมตร ควบคู่กับปริมาณยอดขายน้ำที่ฟื้นตัวตามอัตราการใช้กำลังการผลิตของลูกค้าที่ปรับตัวดีขึ้น
ขณะที่ในปี 2570 การเติบโตมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น จากการที่กลุ่ม Data Center ซึ่งลงนามสัญญาไปแล้วในปี 2568 จะทยอยเพิ่มอัตราการใช้น้ำ ส่งผลให้ปริมาณยอดขายน้ำในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น และผลักดันรายได้ค่าความพร้อมจ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 630 ล้านบาท
ทั้งนี้ บล.เมย์แบงก์มองว่า การขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจ Data Center ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ของไทย จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตเชิงโครงสร้างในระยะยาว และมีโอกาสยกระดับธุรกิจน้ำของ WHAUP ให้กลายเป็นแหล่งรายได้ประจำที่มีอัตรากำไรสูง
ปัจจุบัน WHAUP สามารถคว้าสัญญาซื้อขายน้ำใหม่ได้แล้ว 28 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2568 และอยู่ระหว่างการเจรจาเพิ่มเติมอีก 20 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2569 โดยส่วนใหญ่มาจากผู้ให้บริการ Hyperscale Data Center ซึ่งมีความต้องการใช้น้ำสูงกว่าผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรมทั่วไปถึง 12-16 เท่า
จากปัจจัยดังกล่าว ฝ่ายวิจัยคาดว่าปริมาณยอดขายน้ำของ WHAUP จะเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี หรือ CAGR ที่ 8% ในช่วงปี 2568-2573 โดยเพิ่มขึ้นจาก 122 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 179 ล้านลูกบาศก์เมตร สะท้อนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจน้ำในระยะยาว
นอกจากนี้ บล.เมย์แบงก์ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ WHAUP ในปี 2569 และ 2570 ขึ้น 10% และ 26% ตามลำดับ จากสมมติฐานรายได้ค่าความพร้อมจ่ายที่สูงขึ้นเป็น 500 ล้านบาท และ 630 ล้านบาท จากเดิมที่คาดไว้ 350 ล้านบาท สะท้อนฐานสัญญาซื้อขายน้ำที่แข็งแกร่งจากอุปสงค์ของกลุ่ม Data Center
ฝ่ายวิจัยประเมินว่า ปัจจัยดังกล่าวจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.7 จุดเปอร์เซ็นต์ในปี 2569 และ 3.6 จุดเปอร์เซ็นต์ในปี 2570 อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกบางส่วนอาจถูกหักล้างด้วยประมาณการส่วนแบ่งกำไรที่ลดลง จากเหตุการณ์หยุดจ่ายไฟนอกแผนของโรงไฟฟ้า Gheco-One และสมมติฐานราคาก๊าซธรรมชาติของโรงไฟฟ้า SPP ที่สูงขึ้น
สำหรับมุมมองระยะกลาง ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรหลักของ WHAUP จะเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี หรือ CAGR ที่ 15% ในช่วงปี 2568-2571 โดยมีแรงหนุนจากความต้องการใช้สาธารณูปโภคที่แข็งแกร่ง รายได้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำ หรือ Capacity Charges ที่เพิ่มขึ้น และการฟื้นตัวของพอร์ตธุรกิจไฟฟ้า
ทั้งนี้ บล.เมย์แบงก์ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น WHAUP พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้น 15% จากเดิม 5.30 บาท เป็น 6.10 บาท โดยอิงจาก WACC ที่ 6.22% สะท้อนแนวโน้มกำไรหลักที่เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจุบัน WHAUP ซื้อขายที่ระดับ P/E ปี 2569 และ 2570 ที่ 14.0 เท่า และ 10.8 เท่า ตามลำดับ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 16.1 เท่า อีกทั้งคาดว่าจะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับน่าสนใจที่ 5.7% โดยมีปัจจัยเร่งสำคัญจากการลงนามสัญญาซื้อขายน้ำเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาอีกสูงสุด 29 ล้านลูกบาศก์เมตร

