
WHA-AMATA บวกคึก! รับอานิสงส์สัมพันธ์ไทย-เวียดนาม ดันธีม Data Center หนุนลงทุน
AMATA-WHA ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น รับแรงหนุนนายกรัฐมนตรีไทย เยือนเวียดนามยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน หนุน Sentiment กลุ่มนิคมฯ ขณะที่ CGSI มองกระแสลงทุน Data Center เป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้าง แนะ “ซื้อ” WHA ให้ราคาเป้าหมาย 5.70 บาท และ AMATA ราคาเป้าหมายที่ 30.00 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 มิ.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ณ เวลา 11:06 น. อยู่ที่ระดับ 26.50 บาท บวก 0.75 บาท หรือ 2.91% ราคาสูงสุด 27.00 บาท ราคาต่ำสุด 26.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 182.45 ล้านบาท
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA อยู่ที่ระดับ 5.00 บาท บวก 0.06 บาท หรือ 1.21% ราคาสูงสุด 5.10 บาท ราคาต่ำสุด 4.96 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 360.95 ล้านบาท
ทั้งนี้ WHA และ AMATA ถือเป็นผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่มีโครงการทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม จึงได้รับปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาการลงทุน จากการเดินทางเยือนเวียดนามของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีหลายฝ่ายและภาคเอกชนรายใหญ่ เพื่อร่วมฉลองความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม ครบรอบ 50 ปี และยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน
โดยการหารือเต็มคณะร่วมกับนายเล มิญ ฮึง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม มีประเด็นสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การเร่งรัดกลไกทวิภาคีผ่านการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม และการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ โดยตั้งเป้าให้ไทยเป็นเจ้าภาพภายในสิ้นปี 2569 รวมถึงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ทะลุ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านยุทธศาสตร์ Three Connects ครอบคลุมการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และการพัฒนาที่ยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือด้านความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงทางทะเล ความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยเวียดนามชื่นชมบทบาทของไทยในการผลักดันสันติภาพเมียนมา รวมถึงความร่วมมือด้านลุ่มน้ำโขง คมนาคม และการสร้างเอกภาพในอาเซียน ตลอดจนการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ วัฒนธรรม อาหาร และความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม
ด้านฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า การลงทุน Data Center ในประเทศไทยถือเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างต่อ WHA เนื่องจากจะผลักดันความต้องการที่ดินระลอกใหม่จากกลุ่ม Hyperscaler และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง โดย WHA มียอดขายที่ดินในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 951 ไร่ ซึ่งในจำนวนนี้ 900 ไร่ เป็นการขายให้กับ Data Center จากสหรัฐฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569
ทั้งนี้ CGSI คาดว่ายอดขายที่ดินใหม่ให้กลุ่ม Data Center ของ WHA จะเพิ่มขึ้นจาก 537 ไร่ในปี 2568 เป็น 1,100 ไร่ในปี 2569 หรือคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 40.1% เป็น 50% ของยอดขายที่ดินใหม่ทั้งหมด โดย WHA อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนา Data Center Park ทั้งในและนอกพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าอุปสงค์สำหรับ Data Center Park จะอยู่ที่ราว 600-700 ไร่ และมีโอกาสแปลงเป็นยอดขายที่ดินใหม่ในปี 2570
ขณะเดียวกัน WHA ยังคงเป้ายอดขายที่ดินใหม่ปี 2569 ที่ 2,500 ไร่ สูงกว่าประมาณการของ CGSI ที่ 2,200 ไร่ โดยคาดว่ายอดขายที่ดินในประเทศไทยจะมากกว่า 2,300 ไร่ จากยอดขายที่ดินใหม่รวม 1,800 ไร่ในปี 2569 ประกอบด้วยยอดขายแล้ว 951 ไร่ในไตรมาส 1/2569 และมีแนวโน้มสูงที่จะขายได้เพิ่มเติมอีก 850 ไร่
ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า WHA ไม่ได้รับผลกระทบจากความล่าช้าในการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของจีน ขณะที่อุปสงค์จากกลยุทธ์ China+1 ยังได้รับแรงหนุนจากการกระจายห่วงโซ่อุปทานของบริษัทไต้หวัน และการผลิตเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ อีกทั้งราคาขายเฉลี่ยต่อไร่ตามสัญญาซื้อขายที่ดินเพิ่มขึ้นจาก 5.36 ล้านบาทในปี 2568 เป็น 7.86 ล้านบาทในไตรมาส 1/2569
CGSI คาดว่า WHA จะลงนามสัญญาขายน้ำให้กับลูกค้ากลุ่ม Hyperscaler ที่ซื้อที่ดิน 900 ไร่ในไตรมาส 1/2569 ในปริมาณ 17-29 ล้านลูกบาศก์เมตร ภายในไตรมาส 3/2569 และจะเริ่มรับรู้รายได้จากค่าธรรมเนียมการใช้น้ำเกินกว่าที่จัดสรร จำนวน 818.70 ล้านบาท ในช่วงปี 2570-2571 โดยเชื่อว่าอุปสงค์จาก Data Center จะช่วยหนุนรายได้จากธุรกิจน้ำและพลังงานหมุนเวียน หลังเริ่มเปิดดำเนินงานตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า กลุ่ม Data Center บนพื้นที่ 1,900 ไร่ จะมีความต้องการใช้น้ำราว 53 ล้านลูกบาศก์เมตร และคาดว่ารายได้จากธุรกิจโซลาร์ของ WHA จะมีอัพไซด์ 40-47.2% ในช่วงปี 2570-2571 จากการลงนามบันทึกความเข้าใจซื้อขายไฟฟ้า (PPA MOU) รวม 120 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ CGSI ปรับประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของ WHA ในปี 2569-2571 เพิ่มขึ้น 0.7-2.4% เพื่อสะท้อนการทำสัญญาจัดหาน้ำให้ลูกค้าในปริมาณ 17-29 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ราคาเป้าหมายเพิ่มเป็น 5.70 บาท อิงค่า P/E ปี 2570 ที่ 14.1 เท่า หรือ +0.2SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่า WHA สมควรได้รับการประเมินมูลค่าสูงขึ้น จากปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างของการลงทุน Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทย
สำหรับ AMATA ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่า บริษัทมียอดขายที่ดินใหม่รวม 106 ไร่ในไตรมาส 1/2569 โดยทั้งหมดมาจากผู้ให้บริการ Data Center และคาดว่ายอดขายที่ดินใหม่ให้กลุ่ม Data Center จะเพิ่มขึ้นจาก 116 ไร่ในปี 2568 เป็น 230 ไร่ในปี 2569 หรือคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 9.4% เป็น 19.6% ของยอดขายที่ดินใหม่ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม CGSI ยังคงประมาณการยอดขายที่ดินทั้งปี 2569 ของ AMATA ไว้ที่ 1,172 ไร่ ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 2,800 ไร่ โดยคาดว่ายอดขายที่ดินจะเพิ่มขึ้นเป็น 200 ไร่ในไตรมาส 2/2569 และ 866 ไร่ในช่วงครึ่งหลังของปี จาก Backlog ที่ยกมาจากปี 2568 จำนวน 300 ไร่ รวมถึงความสนใจซื้อที่ดินจากนักลงทุนกลุ่ม Data Center ห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอาหารและเครื่องดื่ม รวมประมาณ 1,000 ไร่
นอกจากนี้ AMATA ยังเปิดเผยว่า บริษัทปิดดีลขายที่ดิน 187.5 ไร่ ในโครงการเวียดนามเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 และคาดว่าจะบันทึกเป็นยอดขายที่ดินใหม่ในช่วงไตรมาส 2-3/2569
ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า AMATA จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มขึ้นเป็น 1,788 ไร่ในปี 2569 เพิ่มขึ้น 8.7% จากปีก่อน เนื่องจากมี Backlog อยู่ในระดับสูง โดย 50% มาจากนิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี และสมาร์ท ซิตี้ ชลบุรี ซึ่งมีราคาที่ดินสูงราว 10-13 ล้านบาทต่อไร่ และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงที่ 60-65%
ขณะเดียวกัน ประเมินว่า Backlog ในประเทศไทยของ AMATA จะมีมูลค่าราว 18,000 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ซึ่งสามารถรองรับรายได้จากการขายที่ดินราว 90% ของประมาณการปี 2569-2570 โดยคาดว่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ดินจะอยู่ที่ 53.2-53.8% ในปี 2569-2570 จากต้นทุนที่ดินในระดับต่ำ
นอกเหนือจากการขายที่ดินให้กลุ่ม Data Center แล้ว CGSI มองว่า AMATA จะได้รับประโยชน์จากการให้บริการจัดหาน้ำ การบำบัดน้ำเสีย และน้ำรีไซเคิล โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้ค่าสาธารณูปโภคจากกลุ่ม Data Center จะเพิ่มขึ้นจาก 1.9% ในปี 2568 เป็น 6.7% ภายในปี 2571
ขณะเดียวกัน AMATA เริ่มต้นธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในปี 2568 โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจดังกล่าวจะอยู่ที่ 0.7% ของรายได้รวมในช่วงปี 2570-2571 จากการให้บริการไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตจากโซลาร์ลอยน้ำ กำลังการผลิตเริ่มต้น 42.55 เมกะวัตต์ ให้กับลูกค้า Data Center รายหนึ่ง และมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มเติมในระยะยาว หากการลงทุน Data Center ในประเทศไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง
CGSI ปรับประมาณการ EPS ของ AMATA ในปี 2570-2571 เพิ่มขึ้น 2.3-5.2% หลังปรับสมมติฐานรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ดิน ส่งผลให้ราคาเป้าหมายเพิ่มเป็น 30.00 บาท อิงค่า P/E ปี 2570 ที่ 9.0 เท่า หรือ -0.75SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่า AMATA มีโอกาสได้รับการประเมินมูลค่าสูงขึ้น จากการเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นของการลงทุน Data Center และโอกาสสร้างรายได้ระยะยาวจากธุรกิจโซลาร์

