
SCGP เด้ง 4% โบรกเชียร์ซื้อ อัพเป้า 32 บาท ชี้กำไร Q2 โตเท่าตัว แตะ 2.1 พันล้าน
SCGP บวกต่อ 3.70% โบรกคาดกำไรไตรมาส 2/2569 แตะ 2.1 พันล้านบาท โต 108% จากปีก่อน หลังมาร์จิ้นดีขึ้น-ยอดขายฟื้น พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 32 บาท แนะนำ “ซื้อ” มองเข้าสู่วัฏจักรกำไรขาขึ้นรอบใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 มิ.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ณ เวลา 11:11 น. อยู่ที่ระดับ 28.00 บาท บวก 1.00 บาท หรือ 3.70% ราคาสูงสุด 28.00 บาท ราคาต่ำสุด 27.25 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 217.61 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ SCGP มีทิศทางโดดเด่น โดยคาดกำไรสุทธิเบื้องต้นอยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 108% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 34% จากไตรมาสก่อนหน้า หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นและปริมาณขายที่ฟื้นตัว
ทั้งนี้ KGI คาดว่า SCGP จะมีอัตรากำไรขั้นต้น หรือ GPM ในไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 22% จาก 21% ในไตรมาส 1/2569 และ 18.2% ในไตรมาส 2/2568 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2/2564 โดยได้รับแรงหนุนจากราคากระดาษไลน์เนอร์รีไซเคิลที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนกระดาษรีไซเคิลยังทรงตัว ส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวกว้างขึ้น
นอกจากนี้ ปริมาณขายยังฟื้นตัวจากจำนวนวันหยุดที่ลดลงในเวียดนามและอินโดนีเซีย รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์กลุ่ม fibrous ที่ปรับเพิ่มขึ้นราว 4-8% ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไร โดย KGI ประเมินว่ากำไรหลักในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จะอยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 51% ของประมาณการกำไรทั้งปีใหม่
สำหรับธุรกิจ Fajar ในอินโดนีเซีย ซึ่งคิดเป็นราว 15% ของรายได้ SCGP คาดว่าจะสามารถพลิกมาถึงจุดคุ้มทุนในไตรมาส 2/2569 ตามแผน หลังยอดขายฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า และรับรู้ผลบวกเต็มไตรมาสจากการปรับขึ้นราคาขายตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2569 รวมถึงการปรับขึ้นราคาเพิ่มเติมในไตรมาส 2/2569 ขณะที่บริษัทยังได้ประโยชน์จากการเน้นตลาดในประเทศ การจัดหาวัตถุดิบภายในประเทศ และการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน
KGI มองว่า SCGP กำลังเข้าสู่วัฏจักรกำไรขาขึ้นรอบใหม่ โดยความกังวลของตลาดต่อราคาต้นทุนกระดาษรีไซเคิลและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจมากเกินไป เนื่องจากบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี ผ่านโมเดลธุรกิจที่เน้นตลาดในประเทศ ความยืดหยุ่นด้านราคา สัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และการบริหารจัดการวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ
จากปัจจัยดังกล่าว KGI ปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลักปี 2569-2571 ขึ้น 26-29% โดยประเมินกำไรหลักปี 2569 อยู่ที่ 7.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% จากปีก่อน และปี 2570 อยู่ที่ 7.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน ซึ่งประมาณการใหม่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดราว 28-29% สะท้อนโอกาสที่ตลาดอาจปรับประมาณการกำไร SCGP เพิ่มขึ้นในระยะถัดไป
ทั้งนี้ KGI ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SCGP พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 32.00 บาท จากเดิม 28.00 บาท สะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และมองว่าโมเมนตัมการปรับมูลค่าหุ้น หรือ rerating จะดำเนินต่อเนื่องตามวัฏจักรกำไรขาขึ้น โดยคาดว่าโมเมนตัมกำไรของ SCGP จะยังดีต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึงไตรมาส 3/2569
