ฝรั่งชอบซื้อตอนโดนทุบ

สิ่งที่อีฉันยากเม้าท์ถึงสุด ๆ มีอยู่ด้วยกัน 2 เรื่องหลัก ๆ คือ 1.จุดขายที่ 1,600 จุด และ 2.ฝรั่งชอบซื้อของถูก เพราะเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นการแกว่งตัวหาฐาน


สิ่งที่อีฉันยากเม้าท์ถึงสุด ๆ มีอยู่ด้วยกัน 2 เรื่องหลัก ๆ คือ 1.จุดขายที่ 1,600 จุด และ 2.ฝรั่งชอบซื้อของถูก เพราะเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นการแกว่งตัวหาฐาน น่าจะดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากดัชนีหลุดเส้นแนวรับ 10 วันที่บริเวณ 1,582 จุดลงมาแล้ว ผนวกกับตัวตึงของตลาดหุ้นไทยอย่าง DELTA ถูกรินขายถี่ขึ้นเรื่อย ๆ จึงกลายเป็นแรงกดดันให้หุ้นบลูชิพตัวอื่น ๆ ถูกขายไปด้วยไงล่ะคะ

ด้วยเหตุนี้อีฉันเลยไม่แปลกใจที่ดัชนีไม่สามารถฝ่าแนวต้าน 1,600 จุดขึ้นไปได้ในระยะสั้น ผนวกกับหลายคนเริ่มมอง PE ตลาดที่ระดับ 17 เท่า อาจเป็นระดับที่ตึงตัวเกินไป จึงขอดูกำไรในไตรมาส 2 จะออกมาดีกว่าคาดขนาดไหน? รวมทั้งกระแสหุ้น AI ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนช่วงแรก ๆ เลยเป็นเหตุให้นักลงทุนทยอยเทขายหุ้นที่เกี่ยวกับเอไอ หลังราคาหุ้นยังโอเว่อร์แวลูพะยะค่ะ

ส่วนประเด็นฝรั่งชอบซื้อของถูกที่อีฉันเกริ่นไว้นั้น น่าจะมาจากพฤติกรรมซื้อหุ้นในวันที่ดัชนีซึมลงเรื่อย ๆ “โมนิก้า” ถึงมองเป็นเรื่องการใช้แทคติกเก็บของเข้าพอร์ต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เห็นมาระยะหนึ่งแล้ว ส่งผลให้ตัวเลขซื้อสุทธิในวันที่ตลาดหุ้นซึม ๆ โป่งกว่าปกติ โดยกลุ่มที่เป็นเป้าหมายในการซื้อก็หนีไม่พ้นหุ้นแบงก์ เพราะเป็นหุ้นที่เล่นได้ทั้ง 2 หน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว หุ้นแบงก์ก็ได้ประโยชน์ หรือเศรษฐกิจไม่ฟื้น หุ้นแบงก์ก็มีปันผลให้ตลอด..อิอิอิ

ด้วยเหตุนี้ถึงอยากให้นักเล่นประเมินการยืนปิดของดัชนีที่ระดับ 1,572.50 จุด ลบไป 12.56 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.89 หมื่นล้านบาท โดยฝรั่งขายหุ้นออกมามากถึง 3.77 พันล้านบาท เป็นภาพที่นักลงทุนต้องกังวลไหม? ขณะเดียวกันก็อยากให้แฟนคลับเริ่มประเมินงบแบงก์ที่กำลังใกล้จะปิดไตรมาส 2 มีประเด็นไหนที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้ราคาหุ้นขยับตัวขึ้นไปสร้างฐานใหม่ที่สูงกว่าเดิมไหมจ๊ะ

โดยเฉพาะในรายของ BBL อีฉันถือเป็นหุ้นที่เซฟสุด ๆ สำหรับคนที่มีสไตล์การลงทุนแบบ “ช้าแต่ชัวร์” เพราะในแง่ของการแข่งขันอาจไม่ดุดันเหมือนแบงก์อื่น แต่ยังสามารถโตได้อย่างสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันจะเห็นว่า การยืนปิดที่ระดับ 175 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 0.57% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.17 พันล้านบาท เทียบกับราคาเป้าหมายที่ระดับ 198 บาท ย่อมเป็นหุ้นที่น่าสนใจนะจะบอกให้

เช่นเดียวกับในรายของ CPALL ที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังแนะนำให้ซื้อ พร้อมกับให้ราคาเป้าหมายที่บริเวณ 63 บาท แต่วันนี้หุ้นยังยืนแค่ระดับ 46.50 บาท ลบไป 0.25 บาท หรือลงไป 0.53% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.52 พันล้านบาท “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นช็อตของการทยอยสะสมอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะยอดขายของสาขาเดิมยังมีการเติบโต แถมการขยายเวลาขายเหล้าก็ช่วยหนุนมาร์จิ้นเพิ่มขึ้นแบบนี้..หุ้นน่าจะขึ้นได้นะคะ

ประเด็นข้างต้นเทียบเคียงได้กับการขยับตัวของหุ้นลังกระดาษ SCGP ซึ่งวันนี้วิ่งผ่านแนวต้านสำคัญ 26 บาทอย่างแข็งแกร่ง ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 26.50 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 3.92% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 503 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้ขึ้นไปแตะระดับ 1.30 แสนล้านบาท ขณะที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 32  บาท หลังกำไรไตรมาส 1 เติบโตดีกว่าคาดแบบนี้..ต้องตามน้ำแล้วล่ะค่ะ

คล้ายกับสถานการณ์ของหุ้นเดินเรือย่าง RCL ซึ่งวันนี้มีแรงซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนหุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 31.75 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 3.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 185 ล้านบาท ก็เป็นช็อตที่มีลุ้นว่า หุ้นจะขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 34 บาทอีกครั้ง ผนวกกับแรงกดดันเรื่องราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนหลักของธุรกิจก็ลดลง จึงน่าจะทำให้บริษัทกลับมาทำกำไรได้ดีขึ้นพะยะค่ะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button