
TRUE บวก 2% ลุ้นกำไร Q2 แตะ 6.8 พันล้าน โบรกคง “Outperform” ชูเป้า 14.90 บาท
TRUE บวกต่อ 2% โบรกมองแรงกดดันจากข่าวผู้ถือหุ้นขายหุ้นบางส่วนไม่กระทบพื้นฐาน พร้อมคงเรตติ้ง “Outperform” ราคาเป้าหมาย 14.90 บาท คาดกำไรไตรมาส 2/69 ทำนิวไฮ 6.8 พันล้านบาท โต 232% จากปีก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 มิ.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ณ เวลา 10:20 น. อยู่ที่ระดับ 13.00 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 2.36% ราคาสูงสุด 13.00 บาท ราคาต่ำสุด 12.80 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 220.89 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แรงกดดันจากประเด็นข่าวผู้ถือหุ้นรายใหญ่บางรายอาจขายหุ้น TRUE ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัท เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในวงกว้าง
ทั้งนี้ แม้ราคาหุ้น TRUE อาจยังเผชิญแรงกดดันระยะสั้นจนกว่าจะมีการประกาศงบไตรมาส 2/2569 และการประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ซึ่งจะช่วยสร้างความชัดเจนมากขึ้น แต่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า หากราคาหุ้นอ่อนตัวลงเพิ่มเติม จะเป็นโอกาสในการทยอยสะสม เช่นเดียวกับการปรับฐานชั่วคราวหลัง Telenor ประกาศขายหุ้นในเดือนมกราคม 2569 ซึ่งขณะนั้นราคาหุ้น TRUE ปรับตัวลดลงราว 15%
บล.เคจีไอ คาดว่ากำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยไตรมาส 4/2569 มีแนวโน้มเป็นไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดของปี ได้แรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยว การเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนที่ยังดำเนินต่อเนื่อง ขณะที่ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงทำให้ระดับมูลค่าหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 บล.เคจีไอ คาดว่า TRUE จะรายงานกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 6.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 232% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรปกติ ไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน คาดอยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 58% จากปีก่อน
โดยกำไรหลักในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 คาดอยู่ที่ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 52% ของประมาณการกำไรหลักทั้งปี 2569 ของฝ่ายวิเคราะห์ ส่วน EBITDA คาดเพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน พร้อมคาด EBITDA Margin ปรับตัวดีขึ้นเป็น 61.9% จาก 60.4% ในไตรมาส 1/2569 จากรายได้ที่เติบโตและการประหยัดต้นทุนทั้งด้านคลื่นความถี่และต้นทุนทางการเงิน
ขณะเดียวกัน บล.เคจีไอ คาดว่า TRUE จะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดไตรมาส 2/2569 ที่ 0.14 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 1.1% ภายใต้สมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 70%
ด้านรายได้จากธุรกิจมือถือคาดว่าจะเติบโต 0.4% จากไตรมาสก่อน และ 1.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นสุทธิ 402,000 ราย แม้รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย หรือ Blended ARPU อยู่ที่ 222 บาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน แต่ลดลง 1% จากไตรมาสก่อน ส่วนธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน หรือ Fixed Broadband คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน และ 3% จากไตรมาสก่อน จาก ARPU ที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 531 บาท และจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นสุทธิ 35,000 ราย
ทั้งนี้ บล.เคจีไอ คงคำแนะนำ “Outperform” สำหรับหุ้น TRUE แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 14.90 บาท จากเดิม 15.70 บาท อิงวิธี DCF โดยใช้ WACC ที่ 6.1% และ Terminal Growth Rate ที่ 1% สะท้อนสมมติฐานการปรับเพิ่มเงินลงทุน หรือ CAPEX ในปี 2570-2571 เป็นราว 2.5-3.0 หมื่นล้านบาทต่อปี จากเดิม 2.1-2.6 หมื่นล้านบาทต่อปี
ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า TRUE กำลังก้าวเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนในระดับปกติ หลังผ่านช่วงการรับรู้ Synergy จากการควบรวมกิจการ โดยบริษัทจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI และเสริมความแข็งแกร่งของโครงข่าย Fixed Broadband
นอกจากนี้ บล.เคจีไอ ยังปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2571 ขึ้นอีก 2-3% จากการประหยัดต้นทุนที่ดีกว่าคาด แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร หรือ SG&A จะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม โดยปัจจุบัน TRUE ซื้อขายที่ระดับ EV/EBITDA เพียง 7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มโทรคมนาคมโลกที่ราว 8 เท่า ขณะที่โมเมนตัมกำไรยังแข็งแกร่ง ทำให้หุ้น TRUE มีความน่าสนใจทั้งในมุมหุ้นเติบโตและหุ้นปันผล
