
“พบชัย” ชี้ SET ไซด์เวย์ จับตาเงินโยกเข้า Laggard ชูโรงพยาบาล-ค้าปลีก-ไฟแนนซ์เด่น
“พบชัย ภัทราวิชญ์” บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มอง SET สัปดาห์นี้แกว่งไซด์เวย์ แม้ตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย ชี้ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในจังหวะสลับกลุ่มเล่น จากหุ้นที่ขึ้นแรงไปยังกลุ่ม Laggard อาทิ โรงพยาบาล ค้าปลีก ท่องเที่ยว และไฟแนนซ์ พร้อมจับตาแรงกดดัน DELTA จากการปรับน้ำหนักดัชนีช่วงสิ้นไตรมาส
นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (29 มิ.ย.69) ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้และภาพรวมในสัปดาห์นี้ยังมีลักษณะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยในระหว่างวันอาจมีจังหวะปรับตัวขึ้นได้บ้าง หลังมีปัจจัยหนุนจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลายลง
ทั้งนี้ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังเป็นปัจจัยต่างประเทศที่ตลาดติดตามอย่างใกล้ชิด หลังในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุโจมตีตอบโต้กันอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียช่วงเช้าวันนี้เปิดในแดนลบ และราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามล่าสุดมีรายงานว่าสหรัฐฯและอิหร่านตกลงยุติการโจมตีอีกครั้ง และเตรียมกลับมาเจรจาในวันพรุ่งนี้ที่ประเทศกาตาร์ โดยเปลี่ยนประเด็นหารือมาเน้นความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งช่วยให้ตลาดคลายความกังวล และทำให้ราคาน้ำมันย่อตัวลงอีกครั้ง
นายพบชัย ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการเปิดตลาดช้ากว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค ทำให้อาจเห็นแรงฟื้นตัวระหว่างวันได้บ้าง
อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นอาจยังยืนระยะได้ไม่ไกล เนื่องจากตลาดยังอยู่ในช่วง Sector Rotation หรือการสลับกลุ่มลงทุน โดยมีแรงขายในหุ้นที่ปรับขึ้นมามากก่อนหน้า เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มพลังงานต้นน้ำ แล้วโยกเงินเข้าสู่หุ้นที่ยังปรับขึ้นน้อย หรือกลุ่ม Laggard เช่น โรงพยาบาล ค้าปลีก ท่องเที่ยว และโรงแรม
ขณะเดียวกันช่วงสิ้นไตรมาส 2/69 ยังมีปัจจัยเฉพาะตัวกดดันตลาด จากการปรับน้ำหนักดัชนีสำคัญทั้ง SET50 และ SET100 รวมถึงหุ้น DELTA ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ 10% ตามเกณฑ์ Cap Weight ทำให้กองทุนที่อิงดัชนีอาจต้องปรับลดสัดส่วนการถือครอง ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อหุ้น DELTA ในช่วง 1-2 วันข้างหน้า
อย่างไรก็ดีหลังเข้าสู่เดือนใหม่ในช่วงปลายสัปดาห์ ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวรีบาวด์ได้บางส่วน โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ตัวอื่นที่อาจได้รับอานิสงส์จากการปรับน้ำหนักของ DELTA ลง ขณะที่ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index สัปดาห์นี้บริเวณแนวรับ 1,535 จุด และแนวต้าน 1,580 จุด
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/69 นายพบชัย กล่าวว่า ภาพรวมอาจยังไม่สดใสมากนัก โดยกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบชัดเจน ได้แก่ กลุ่มพลังงานต้นน้ำ ซึ่งเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง และกลุ่มค้าปลีกที่ยอดขายสาขาเดิม หรือ SSSG มีแนวโน้มชะลอตัว
ส่วนกลุ่มที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/69 จะปรับตัวดีขึ้น ได้แก่ กลุ่ม ICT กลุ่มสายการบิน และกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารที่แม้กำไรอาจไม่ได้เติบโตโดดเด่น แต่ยังสามารถประคองผลประกอบการได้ ขณะที่ภาพรวมงบไตรมาส 2/69 อาจอ่อนตัวลง แต่ตลาดรับรู้ประเด็นดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว และมีโอกาสมองข้ามไปยังแนวโน้มการฟื้นตัวในไตรมาส 3/69
สำหรับกลุ่มไฟแนนซ์ นายพบชัย มองว่าเริ่มเป็นกลุ่มที่น่าสนใจมากขึ้น หลังได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มดอกเบี้ยที่คาดว่าจะไม่ปรับขึ้นในปีนี้ แม้ยังไม่ลดลงก็ตาม ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินมีโอกาสทรงตัว ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 อาจยังทรงตัว แต่คาดว่าไตรมาส 3/69 มีโอกาสฟื้นตัวได้ทั้งจากไตรมาสก่อนและจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยสนับสนุนกลุ่มไฟแนนซ์มาจากมาตรการภาครัฐที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน หนุนความสามารถในการชำระหนี้และการขยายตัวของสินเชื่อ ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย หรือ NIM มีโอกาสปรับดีขึ้นจากสินเชื่อที่ทยอยฟื้นตัว และต้นทุนทางการเงินที่ยังทรงตัว ทำให้กลุ่มไฟแนนซ์เป็นอีกกลุ่มที่นักลงทุนควรให้ความสนใจ หลังราคาหุ้นปรับตัวลงมามากในช่วงก่อนหน้าและเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

