วินโดว์เดรสซิ่ง?

วันนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงเรื่อง window dressing เพื่อเป็นเกร็ดความรู้ให้กับนักลงทุนว่า นี่เป็นปรากฏการณ์ที่ “มาบ้าง ไม่มาบ้าง” จึงอยากให้นักลงทุนทำความเข้าใจสตอรี่ดังกล่าวมีผลแค่ระยะสั้น ๆ เท่านั้น


วันนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงเรื่อง window dressing เพื่อเป็นเกร็ดความรู้ให้กับนักลงทุนว่า นี่เป็นปรากฏการณ์ที่ “มาบ้าง ไม่มาบ้าง” จึงอยากให้นักลงทุนทำความเข้าใจสตอรี่ดังกล่าวมีผลแค่ระยะสั้น ๆ เท่านั้น ไม่สามารถนำมาเป็นตัวชี้วัดว่า ดัชนีจะทะยานขึ้นอย่างบูรณาการ? และอย่าหวังว่า สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยจะลิงโลดเหมือนยุคที่บ้าเห่อเอไอเป็นอันขาดนะจ๊ะ

เนื่องจากข้อมูลที่ผู้รู้สำนักต่าง ๆ ส่งมาให้ดู ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หลังจากนักลงทุนสถาบันเทขายหุ้นหนัก ๆ มักจะปล่อยให้ดัชนีดีดตัวขึ้นอย่างร้อนแรง และพอคล้อยหลังได้ไม่ทันไร นักลงทุนสถาบันมักสาดหุ้นออกมาอีกระลอก “โมนิก้า” ในฐานะที่เห็นพฤติกรรมของนักลงทุนสถาบันเป็นอย่างดี จึงขอแนะนำให้นักลงทุนยึดหลัก “เล็กสั้น ขยันซอย” ไว้ก่อนพะยะค่ะ

พร้อมกันนี้ขอพูดถึงเป้าผลตอบแทนในรอบนี้ยังอยู่ในกรอบ 3-5%  เหมือนเดิม เพราะรอบที่ผ่านมาหวังจะเทขายทำกำไรในระดับ 10สุดท้าย ชวด..ฉลู..ขาล..เถาะ ทุกที “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนปรับเปลี่ยนการลงทุนไปตามภาวะตลาดหุ้นในแต่ละวัน และการที่ดัชนีทรุดตัวมาปิด 1,542.34 จุด ลบไป 16.21 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขาย 6.64 หมื่นล้านบาท ล้วนมาจาก DELTA ทรุดตัวลงไปมากถึง 22 บาทเจ้าค่ะ

สิ่งที่เดี๊ยนสนใจมากที่สุดก็คือ หุ้นบลูชิพกลับมาเป็นตัวเลือกหลักอีกครั้ง! และตัวที่นักลงทุนน่าจะให้ความสนใจมากเป็นพิเศษคงหนีไม่พ้น KBANK TRUE EGCO และ BH  เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้รู้ว่า นักลงทุนสถาบันกลับลำเข้ามาซื้อหุ้นอีกครั้ง ซึ่งทำให้การเล่นในเที่ยวนี้เป็นลักษณะ “ใครเข้าก่อนได้เปรียบ” และถ้าดูข้อมูลให้ลึกลงไปอีกชั้นหนึ่งจะพบว่า  วันสิ้นงวดหุ้นขึ้นไม่แรง! นะคะ

นั่นเป็นการตอกย้ำว่า ดัชนีอ่อนตัวจนหลุดแนวรับ 1,582 จุด แล้วเด้งกลับขึ้นมาใหม่อย่างแข็งแกร่ง เกิดจากแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันชัวร์ป๊าบ จึงไม่ต้องคิดอะไรมากมายให้เปลืองสมอง หรือหากต้องการคิดโดยใช้องค์ความรู้ประกอบ คงต้องใช้ตรรก 6 เดือนข้างหน้ามีอะไรดีขึ้นบ้าง?..โดยคำตอบเบื้องต้นที่หลายคนพูดตรงกันคือ นักลงทุนสถาบันมองหลายอย่างดีขึ้น จึงเดินหน้าสะสมหุ้นต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงระดับที่น่าพอใจพะยะค่ะ

ถามว่าระดับที่น่าพอใจอยู่ตรงไหน? “โมนิก้า” ขอตอบว่า เงื่อนไขอยู่ที่วันพรุ่งนี้แหละ!! เพราะวันพรุ่งนี้เป็นวันทำราคาหุ้นเพื่อปิดตัวเลขบัญชีให้ดูสวย ๆ..หากนักลงทุนกลุ่มดังกล่าวเทขายหุ้นออกมาเต็มพิกัด เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณให้แฟนคลับรู้ว่า หลังจากนี้จะมีแรงเทขายออกมาอีกเป็นระลอก หากนักลงทุนกลุ่มดังกล่าวหันมาซื้อหุ้น เท่ากับยืนยันการซื้อหุ้นสะสมเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้งนะคะ

ฉะนั้นอย่ามัวเสียเวลาคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกเลย และควรใช้มูลที่มีอยู่ทั้งหมดมาวิเคราะห์หาหุ้นที่น่าลงทุน โดยสูตรเด็ดที่ใช้กันเป็นประจำทุกเจ้าก็คือ หุ้นที่มี P/BV ต่ำกว่า 1.50 เท่า เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของการลงทุนในรอบนี้ และในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนหนัก ๆ มักเห็นหุ้นเหล่านี้โผล่ขึ้นมาเป็นประจำ “โมนิก้า” ถึงอยากเห็นนักลงทุนเริ่มลงทุนอย่างเป็นระบบอีกครั้ง..เดี๋ยวจะหาว่า เดี๊ยนมีอะไรดีแล้วไม่บอกเจ้าค่ะ

ไหน ๆ พูดถึงเรื่องทำราคาหุ้นเพื่อปิดบัญชีขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” จึงขอสรุปอย่างเป็นทางการอีกครั้งว่า เรื่องดังกล่าวมักสัมฤทธิ์ผลเฉพาะในช่วงที่หุ้นตกหนักเกินความจริงเท่านั้น..หากตลาดหุ้นอยู่ในภาวะขาขึ้น และ side way up ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก ซึ่งเป็นโพซิชั่นเดิม ๆ ที่เห็นกันจนชินตาในยามที่หุ้นตกหนักแล้วดีดตัวขึ้นไงล่ะตัวเอง

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button