IVL-PTTGC-IRPC บวกยกแผง รับแรงเก็งกำไรหุ้นวัฏจักรปิโตรเคมีฟื้น

หุ้นปิโตรเคมีปรับตัวขึ้นคึกคัก นำโดย IVL พุ่ง 5% ขณะที่ PTTGC-IRPC ขยับตาม รับแรงซื้อหุ้นวัฏจักรและความคาดหวังส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ฟื้นตัว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ก.ค.69) ราคาหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ณ เวลา 10:54 น. อยู่ที่ระดับ 24.90 บาท บวก 1.10 บาท หรือ 4.62% ราคาสูงสุด 25.00 บาท ราคาต่ำสุด 24.40 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,043.00 ล้านบาท

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC อยู่ที่ระดับ 36.50 บาท บวก 1.00 บาท หรือ 2.82% ราคาสูงสุด 36.50 บาท ราคาต่ำสุด 35.75 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 769.78 ล้านบาท

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC อยู่ที่ระดับ 2.00 บาท บวก 0.05 บาท หรือ 2.56% ราคาสูงสุด 2.02 บาท ราคาต่ำสุด 1.97 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 264.71 ล้านบาท

การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีสะท้อนแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นวัฏจักร หลังนักลงทุนเริ่มคาดหวังว่าภาวะส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่อยู่ในระดับต่ำมาเป็นเวลานาน อาจทยอยฟื้นตัวตามแนวโน้มวัฏจักรธุรกิจ

แรงซื้อดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นผลจากการหมุนเม็ดเงินเข้าสู่หุ้นที่ราคาปรับตัวลดลงมามาก รวมถึงแรงซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขาย (Short Covering) หลังหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีเผชิญแรงกดดันจากภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินในตลาดโลก อุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้า และการแข่งขันด้านราคาจากผู้ผลิตรายใหม่

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยขับเคลื่อนผลประกอบการของแต่ละบริษัทมีความแตกต่างกัน โดย IVL ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์ PET วัตถุดิบต้นน้ำ เส้นใย และเคมีภัณฑ์ จะขึ้นอยู่กับแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ PET, PTA และ MEG รวมถึงความต้องการจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์และเส้นใย ตลอดจนความสามารถในการบริหารต้นทุนและส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย

ด้าน PTTGC มีธุรกิจครอบคลุมทั้งโรงกลั่น อะโรเมติกส์ โอเลฟินส์ และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นปลาย ขณะที่ IRPC ดำเนินธุรกิจทั้งโรงกลั่นและปิโตรเคมี ซึ่งอาจได้รับปัจจัยสนับสนุนจากค่าการกลั่น และโอกาสรับรู้กำไรจากสต๊อกน้ำมัน หากราคาน้ำมันดิบปลายงวดอยู่สูงกว่าต้นทุนเฉลี่ย

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจไม่ได้เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจปิโตรเคมีทั้งหมด เนื่องจากอาจส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะแนฟทา ปรับตัวเพิ่มขึ้น หากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีไม่สามารถปรับขึ้นได้ในระดับที่สอดคล้องกัน อาจกดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และอัตรากำไรของผู้ประกอบการ

สำหรับแนวโน้มในระยะถัดไป นักลงทุนยังต้องติดตามปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ทิศทางอุปสงค์จากจีน ซึ่งเป็นทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตปิโตรเคมีรายสำคัญของโลก การควบคุมกำลังการผลิตใหม่ ระดับสินค้าคงคลัง และการฟื้นตัวของกิจกรรมภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางราคาผลิตภัณฑ์และส่วนต่างกำไรของกลุ่มปิโตรเคมี

ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของหุ้น IVL, PTTGC และ IRPC ในรอบนี้ จึงสะท้อนแรงซื้อเก็งกำไรต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของวัฏจักรปิโตรเคมีและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ มากกว่าการได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยผลกระทบต่อแต่ละบริษัทจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างธุรกิจและลักษณะวัตถุดิบที่ใช้

Back to top button