PTTEP โกยกำไร Q3 โต 16% ดันงวด 9 เดือนทะลุ 5.3 หมื่นล้าน รับยอดขายพุ่ง-ต้นทุนลด

PTTEP รายงานกำไรงวดไตรมาส 3 โต 16% จากปีก่อนหน้า หนุนกำไรงวด 9 เดือนโต 26% ทะลุ 5.3 หมื่นล้านบาท รับอานิสงส์ปริมาณขายและราคาเฉลี่ยพุ่ง ขณะที่ต้นทุนต่อหน่วยลดลง 8% พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนเต็มสูบ มั่นใจยอดขายทั้งปีโตตามเป้า 8%


บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2569 และงวด 9 เดือนแรกสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2569 PTTEP มีกำไรสุทธิ 443 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รับปัจจัยหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น 19% และต้นทุนต่อหน่วยที่ลดลง 11% มาอยู่ที่ 28.19 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

ส่วนงวด 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 1,653 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเติบโตของปริมาณขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 10% อยู่ที่ระดับ 549,020 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ซึ่งเป็นผลจากการรับรู้ปริมาณขายเต็มปีของโครงการใหม่ที่เข้าร่วมลงทุนในปีก่อนหน้า รวมถึงโครงการในอ่าวไทยที่สามารถส่งมอบก๊าซธรรมชาติได้มากขึ้น ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น 13% ตามทิศทางราคาตลาดโลก นอกจากนี้ PTTEP ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนต่อหน่วยลดลง 8% มาอยู่ที่ 28.67 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

ด้านความคืบหน้าการลงทุน PTTEP เดินหน้าขยายธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยในประเทศได้ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) เพื่อพัฒนาแหล่งบุษบงในโครงการ จี 3/65 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติได้ในปี 2571 พร้อมทั้งได้รับอนุมัติสัมปทานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมบนบกแปลง แอล 1/66 และ แอล 3/66 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วยสัดส่วนการลงทุน 100% รวมถึงประสบความสำเร็จในการลงนามต่อสัญญาแบ่งปันผลผลิตและซื้อขายก๊าซธรรมชาติของโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18-01 ออกไปอีก 35 ปี ส่วนการลงทุนในต่างประเทศ ได้อนุมัติ FID เพื่อพัฒนาแหล่ง Aung Sinkha ในเมียนมา และแหล่ง Teja กับ Pepulut ในโครงการมาเลเซีย เอสเค 408 ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตในระยะยาว

สำหรับแนวโน้มภาพรวมธุรกิจทั้งปี 2569 PTTEP คาดการณ์ว่าปริมาณขายเฉลี่ยจะเติบโต 8% แตะระดับ 550,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน และตั้งเป้ารักษาต้นทุนต่อหน่วยให้ลดลงมาอยู่ในระดับ 29-30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ นอกจากความสำเร็จทางธุรกิจแล้ว บริษัทยังได้รับการยอมรับด้านความยั่งยืน โดยคว้า 2 รางวัลเกียรติยศจากเวที Money & Banking Awards ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนระดับ Gold ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เช่นเดียวกัน

Back to top button