
UNIX บวก 4 วันติด 39% รับกำไร Q2 โตกระฉูด 244% เดินหน้าลงทุนเครื่องจักรใหม่ครึ่งปีหลัง
UNIX วิ่ง 4 วันติดพุ่ง 39% ตอบรับงบไตรมาส 2/69 กำไรสุทธิ 117.73 ล้านบาท โตกระฉูด 244% อานิสงส์ยอดขายฟิล์มบรรจุภัณฑ์โตกระโดด ควบคู่การคุมต้นทุนเยี่ยม ลุยลงทุนเครื่องจักรใหม่หนุนครึ่งปีหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 ส.ค. 69) ราคาหุ้น บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX ณ เวลา 14:23 น. อยู่ที่ระดับ 2.42 บาท บวก 0.18 บาท หรือ 8.04% สูงสุดที่ระดับ 2.54 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.20 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 86.75 ล้านบาท

ทั้งนี้ ราคาหุ้น UNIX ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ทำการ จากระดับ 1.74 บาท ณ วันที่ 11 ส.ค. 69 มาอยู่ที่ 2.42 บาท เพิ่มขึ้น 0.68 บาท หรือ 39.08% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 ที่มีกำไรสุทธิ 117.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 244.43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 86.82% จากไตรมาสก่อน
ปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการมาจากยอดขายกลุ่มฟิล์มสำหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Film for Flexible Packaging) และฟิล์มสำหรับบรรจุภัณฑ์สำหรับของหนัก (Heavy Duty Sack) ที่เติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งผลให้อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างต่อเนื่อง
นายโสฬส ยอดมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร UNIX เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 สะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทในการบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและราคาวัตถุดิบ โดยบริษัทยังสามารถรักษาการเติบโตของยอดขาย ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 UNIX มีกำไรสุทธิ 117.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 244.43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 34.18 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้จากการขาย 883.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.52% จาก 764.55 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 180.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 83.19 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย 1,662.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.77% จาก 1,571.38 ล้านบาท
สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตมาจากยอดขายในกลุ่ม Film for Flexible Packaging และ Heavy Duty Sack รวมถึงการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุน และการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น พร้อมกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
นายโสฬสกล่าวว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทมีแผนลงทุนในเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ลดการใช้พลังงาน และยกระดับคุณภาพสินค้า เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
สำหรับเครื่องจักรใหม่ในกลุ่ม Heavy Duty Sack จะช่วยลดการใช้พลังงาน ลดของเสีย และยกระดับคุณภาพการผลิต ขณะที่การลงทุนในกลุ่ม Film for Flexible Packaging จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่ขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าและเจ้าของแบรนด์ได้ครบวงจรมากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำแผนธุรกิจปี 2570 โดยมุ่งขยายตลาดผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่และเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม Film for Flexible Packaging ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่มีศักยภาพการเติบโตสูง พร้อมเดินหน้าลงทุนด้านเทคโนโลยีการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน UNIX เดินหน้าพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% พร้อมยกระดับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันบริษัทสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ให้รองรับข้อกำหนด EU Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) ได้แล้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุโรป
นายโสฬสกล่าวว่า UNIX มุ่งสร้างการเติบโตผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยี และความยั่งยืน โดยใช้จุดแข็งของการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้า พร้อมมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้าน Film for Flexible Packaging และบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

