
หุ้นอิเล็กบวกยกแผง! รับธีม AI โบรกชู DELTA เด่น กำไร Q3 โต 45% แตะ 8.8 พันล้าน
หุ้นอิเล็กทรอนิกส์บวกยกแผง รับกระแส AI หนุน DELTA-HANA-KCE-CCET ขยับขึ้น ขณะที่ ASPS คาด DELTA ไตรมาส 3/69 กำไร 8.8 พันล้านบาท โต 45% QoQ รับยอดขายฟื้น-มาร์จิ้นดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 ก.ย. 2569) ราคาหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้า นำโดยบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ณ เวลา 10:09 น. อยู่ที่ระดับ 247.00 บาท บวก 6.00 บาท หรือ 2.49% ราคาสูงสุด 248.00 บาท ราคาต่ำสุด 245.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,135.79 ล้านบาท
บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA อยู่ที่ระดับ 49.50 บาท บวก 1.75 บาท หรือ 3.66% ราคาสูงสุด 50.25 บาท ราคาต่ำสุด 49.25 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 423.68 ล้านบาท
นำโดย บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE อยู่ที่ระดับ 65.75 บาท บวก 0.75 บาท หรือ 1.15% ราคาสูงสุด 66.25 บาท ราคาต่ำสุด 65.25 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 154.46 ล้านบาท
บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET อยู่ที่ระดับ 9.00 บาท บวก 0.15 บาท หรือ 1.69% ราคาสูงสุด 9.05 บาท ราคาต่ำสุด 8.95 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 67.41 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มผลประกอบการของ DELTA มีทิศทางฟื้นตัวเด่นในไตรมาส 3/2569 ก่อนมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 4/2569 จากยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น
บล.เอเซีย พลัส คาดว่า DELTA จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ประมาณ 8.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% จากไตรมาสก่อน (QoQ) และ 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยปัจจัยหลักที่หนุนการฟื้นตัวของผลประกอบการมาจากทั้งยอดขายที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น
สำหรับยอดขายไตรมาส 3/2569 คาดเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 7.8 หมื่นล้านบาท เติบโต 19% QoQ และ 46% YoY หลังการผลิตและส่งมอบสินค้าปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 2/2569 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับแรงกดดันจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบบางประเภท เนื่องจากซัพพลายเออร์บางรายกะทันหัน ทำให้บริษัทไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามจำนวนที่ลูกค้าต้องการ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 3/2569 บริษัทสามารถจัดหาแหล่งวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์รายอื่นเข้ามาทดแทนรายที่มีปัญหาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 ส่งผลให้สถานการณ์ด้านวัตถุดิบคลี่คลาย และช่วยให้การผลิตกลับมาดีขึ้น
ขณะเดียวกัน บล.เอเซีย พลัส คาดว่า อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของ DELTA จะเพิ่มขึ้นเป็น 29.2% จาก 26.8% ในไตรมาส 2/2569 และ 28.3% ในไตรมาส 3/2568 ตามประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น และสัดส่วนยอดขายสินค้ามาร์จิ้นสูงที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI, ดาต้าเซ็นเตอร์ และ Liquid Cooling
ทั้งนี้ หากกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 เป็นไปตามที่คาด จะส่งผลให้กำไรสุทธิในช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 คิดเป็นประมาณ 68% ของประมาณการกำไรทั้งปี ของฝ่ายวิจัย
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า กำไรยังมีโอกาส เติบโตต่อทั้ง QoQ และ YoY เนื่องจากคำสั่งซื้อล่วงหน้าของลูกค้าที่รออยู่ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 และต่อเนื่องเข้ามาในไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มส่งต่อไปยังไตรมาส 4/2569 ส่งผลให้ทั้งยอดขายและกำไรในไตรมาสสุดท้ายของปีมีโอกาสทำ จุดสูงสุดของปี แทนที่เดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 3/2569
อย่างไรก็ดี เพื่อให้สอดคล้องกับประมาณการกำไรช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรปี 2569-2570 ลงราว 3% มาอยู่ที่ประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท และ 4.8 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2570 ลงจาก 342 บาท เหลือ 333 บาทต่อหุ้น โดยยังอิง PER ที่ 86.4 เท่า หรือประมาณ +0.5 S.D.
ทั้งนี้ บล.เอเซีย พลัส ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” DELTA เนื่องจากในระยะสั้นมีแรงหนุนจากกำไรไตรมาส 3/2569 ที่คาดว่าจะเติบโตทั้ง QoQ และ YoY หลังปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบทยอยคลี่คลาย ขณะที่ความต้องการสินค้ากลุ่ม AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง หนุนให้กำไรในช่วงปี 2569-2570 มีแนวโน้มเติบโตในระดับ 38-41%
นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยมองว่าราคาหุ้น DELTA ได้ตอบรับปัจจัยลบไปมากแล้ว และยังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าหุ้นในกลุ่ม โดยราคาหุ้นเพิ่มขึ้นประมาณ 39% YTD เทียบกับ HANA และ KCE ที่ปรับตัวขึ้นประมาณ 193-257% YTD
สำหรับประมาณการทางการเงิน บล.เอเซีย พลัส คาดว่า DELTA จะมียอดขายปี 2569 อยู่ที่ 293,735 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 198,153 ล้านบาทในปี 2568 ก่อนเพิ่มเป็น 380,986 ล้านบาทในปี 2570 และ 464,573 ล้านบาทในปี 2571
ด้านกำไรสุทธิ คาดปี 2569 อยู่ที่ 34,139 ล้านบาท ก่อนเพิ่มเป็น 48,137 ล้านบาทในปี 2570 และ 61,046 ล้านบาทในปี 2571 สอดคล้องกับการเติบโตของความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์
ส่วนมุมมองทางเทคนิค บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าราคาหุ้น DELTA มีแนวโน้ม Sideways โดยให้แนวรับที่ 216-232 บาท และแนวต้านที่ 260-270 บาท

