
GUNKUL-GULF เด้ง! รับรัฐขยายโควตา “โซลาร์รูฟท็อป” 1 หมื่นเมกะวัตต์
GUNKUL-GULF เด้งรับรัฐขยายโควตาโซลาร์รูฟท็อป 1 หมื่นเมกะวัตต์ โบรกชู GUNKUL เป้า 5.40 บาท พร้อมแนะ “ซื้อ” GULF เป้า 77 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 ก.ย.69) ราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ากอดคอปรับตัวขึ้น ณ เวลา 10:51 น. นำโดย บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL อยู่ที่ระดับ 5.15 บาท บวก 0.15 บาท หรือ 3.00% สูงสุดที่ระดับ 5.20 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 5.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 319.48 ล้านบาท
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 61.75 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 0.82% สูงสุดที่ระดับ 61.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 61.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 277.75 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า หลังภาครัฐเตรียมขยายโควตาการรับซื้อไฟฟ้าคืนจากโครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชนเป็น 10,000 เมกะวัตต์ จากเดิม 500 เมกะวัตต์ พร้อมขยายอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หรือ PPA เป็น 20 ปี จากเดิม 10 ปี
ฝ่ายวิจัยมองว่า แนวทางดังกล่าวจะทำให้การลงทุนพัฒนาระบบสายส่งและโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าขนาดใหญ่มีความจำเป็นเพิ่มขึ้นในระยะยาว เนื่องจากกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะจากภาคประชาชน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้า เพื่อรองรับปริมาณไฟฟ้าที่มีความผันผวนมากขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานมีแนวคิดขยายโควตารับซื้อไฟฟ้าคืนจาก Solar Rooftop ภาคประชาชนเป็น 10,000 เมกะวัตต์ จากเดิม 500 เมกะวัตต์ โดยเบื้องต้นกำหนดขนาดติดตั้งประมาณ 5 กิโลวัตต์ต่อครัวเรือน พร้อมขยายระยะเวลาสัญญา PPA เป็น 20 ปี เพื่อสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากภาคประชาชน
ฝ่ายวิจัยมองว่า ประเด็นดังกล่าวเป็น Sentiment เชิงบวกต่อ GUNKUL แม้ว่าปัจจุบันธุรกิจ Solar Rooftop จะยังมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 6.75% ของรายได้รวม แต่แนวโน้มอุตสาหกรรมยังมีโอกาสขยายตัวตามนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ ทั้งการเพิ่มโควตารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคประชาชน รวมถึงมาตรการสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop
นอกจากนี้ ธีมการลงทุนด้าน Grid Investment ยังมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น เนื่องจากสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะ Solar Rooftop ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น จะทำให้เกิดความจำเป็นในการลงทุนพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าในระยะยาว เพื่อรองรับข้อจำกัดทางเทคนิค ทั้งการจัดการกระแสไฟฟ้าแบบสองทิศทาง การรองรับความผันผวนของกำลังการผลิต และการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า
ฝ่ายวิจัยประเมินเม็ดเงินลงทุนด้านระบบโครงข่ายไฟฟ้าในช่วง 5 ปีข้างหน้าอาจอยู่ในระดับประมาณ 1 แสนล้านบาท ขณะที่ระยะยาวมีกรอบการลงทุนประมาณ 3.6–7.0 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บล.กรุงศรียังคงประมาณการและราคาเป้าหมายของ GUNKUL ที่ 5.40 บาท ภายใต้ Backlog ปัจจุบันประมาณ 4.0–4.5 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นการทยอยเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
สำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้า ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองเชิงบวกในระยะยาว จากธีมการลงทุน Data Center และการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ภายใต้แผน PDP 2026 พร้อมเลือก GULF และ GPSC เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม
ทั้งนี้ บล.กรุงศรีคงคำแนะนำ “ซื้อ” GULF ให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 77 บาท และ “ซื้อ” GPSC ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 61 บาท โดยมองว่าทั้งสองบริษัทมีความพร้อมด้านฐานทุน ที่ดิน และมีประวัติการดำเนินงานที่สนับสนุนความได้เปรียบในการเข้าร่วมคัดเลือกกำลังการผลิตใหม่ภายใต้แผน PDP 2026

