ปั่นกันสนุก!

*บรรยากาศของตลาดหุ้นไทยเป็นอะไรที่ให้ข้อคิดได้เป็นประจำ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นวานนี้ทำให้รู้ว่า นักลงทุนบางส่วนยังเป็นลักษณะเฮโลตามกันไปแบบไม้หลักปักขี้ควาย ส่งผลให้การเข้าลงทุนในแต่ละรอบไม่มีหลักการอะไรสักอย่าง จึงไม่แปลกใจที่นักเล่นเหล่านี้กลายเป็นเหยื่อของนักลงทุนรายใหญ่ และนักลงทุนสถาบันเป็นประจำ พร้อมกับแสดงอาการรำไม่ดีโทษปี่โทษกลองอีกแล้วค่ะท่าน


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

 

*บรรยากาศของตลาดหุ้นไทยเป็นอะไรที่ให้ข้อคิดได้เป็นประจำ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นวานนี้ทำให้รู้ว่า นักลงทุนบางส่วนยังเป็นลักษณะเฮโลตามกันไปแบบไม้หลักปักขี้ควาย ส่งผลให้การเข้าลงทุนในแต่ละรอบไม่มีหลักการอะไรสักอย่าง จึงไม่แปลกใจที่นักเล่นเหล่านี้กลายเป็นเหยื่อของนักลงทุนรายใหญ่ และนักลงทุนสถาบันเป็นประจำ พร้อมกับแสดงอาการรำไม่ดีโทษปี่โทษกลองอีกแล้วค่ะท่าน

*เหล่านี้เป็นข้อมูลที่หนังสือพิมพ์ “ข่าวหุ้น” พยายามนำเสนอเพื่อเตือนสตินักเล่นอย่าได้หลงไปเล่นเกมของคนอื่น เพราะท้ายสุดก็ไม่เห็นแมงเม่าอยู่รอดปลอดภัยในเกมเสี่ยงได้สักคน “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกที่เห็นพวกปากปีจอพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้พวกผู้บริหารสีเทาหลุดพ้นมลทินนะจะบอกให้

*วันนี้ถึงขอพูดให้ทุกคนย้อนกลับมาดูข้อมูลของหุ้น GL ตั้งแต่เริ่มต้นกันอีกครั้งว่า ต้นเหตุของเรื่องมาจากผู้สอบบัญชีเห็นความผิดปกติของรายการบางอย่าง? ถัดจากนั้นพบว่า บริษัทมีการลงทุนแบบมีเงื่อนงำอะไรบางอย่าง? จนทำให้หน่วยงานที่กำกับดูแลตลาดหุ้นสั่งให้บริษัทชี้แจงธุรกรรมที่เกิดขึ้น และในระหว่างนั้นก็มีการไปค้นพบข้อมูลการทำผิดของบริษัทที่มีความเกี่ยวโยงกันเข้าพอดี..พอจำเรื่องได้เลาๆ แล้วใช่ม่ะ!

*เมื่อความคลุมเครือของเรื่องดังกล่าวบังเกิดขึ้น ก็นำไปสู่การเทขายหุ้นอย่างหนักหน่วง และถ้าไปตรวจสอบหุ้นที่ถูกดัมพ์ออกมาหนักๆ ก็จะเห็นว่า เรื่องนี้มันมีโบรกเกอร์บางแห่งเข้ามาเกี่ยวข้องทางอ้อม “โมนิก้า” ถึงพยายามให้แฟนคลับเข้าใจหลักการ และเหตุผลของการนำเสนอข่าวร้อนชิ้นดังกล่าว ล้วนเกิดจากข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนโดยตรงนะคะ

*หากนึกภาพดังกล่าวไม่ออก “โมนิก้า” ขอให้แฟนคลับย้อนภาพกลับไปในวันที่ ก.ล.ต.ไทย รวบรวมข้อมูลมาระยะหนึ่ง ก่อนกล่าวโทษผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน มันต่างจากภาพก.ล.ต.ญี่ปุ่น รวบรวมข้อมูลของบริษัทต้องสงสัย ก่อนทำเรื่องสั่งปรับหรือเปล่า? หากคิดว่า ก.ล.ต.ทั้ง 2 ประเทศการกระทำถูกต้อง ย่อมทำให้คนทั่วไปเกิดความไม่ไว้วางใจในบริษัท เดี๊ยนถึงรู้สึกเบื่อหน่ายกับพวกโลกสวยที่พยายามเห่าหอนไปเรื่อยเปื่อยเจ้าค่ะ

*เหตุผลดังกล่าวทำให้ต่อมอะดรีนาลีนของ “โมนิก้า” ไม่ได้รู้สึกรู้สากับการไล่ราคาอย่างบ้าระห่ำ จนทำให้หุ้นที่ร่วงลงไปติดฟลอร์บริเวณราคา 12.40 บาท วิ่งกลับขึ้นมาชนซิลลิ่งที่บริเวณ 23 บาท บวกไป 5.30 บาท ด้วยมูลค่า 8.25 พันล้านบาท มองในมุมไหนด้านไหนก็เป็นเกมของนักลงทุนรายใหญ่ เพราะเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า หุ้นที่ซื้อขายด้วยบัญชีเงินสดแมงเม่าเข้ามาเล่นได้แค่แป๊บๆ ถึงต้องติดตามดูกันต่อไปว่า วันนี้ยังจะมีการแสดงอิทธิฤทธิ์ออกมาอีกหรือเปล่า?

*สำหรับในรายของ CBG กลายเป็นหุ้นที่ขึ้นอยู่กับแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันค่อนข้างชัดเจน หลังราคาหุ้นดีดตัวขึ้นมาปิดที่ 57 บาท บวกไป 4.25 บาท หรือขึ้นไป 8% ด้วยมูลค่า 460 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเด้งกลับหลังจากลงแรง 2 วันติด บวกกับวานนี้บรรยากาศการลงทุนค่อนข้างเป็นใจ ทุกอย่างเลยดูดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาก็เท่านั้นเอง พวกนักเล่นขาโจ๋ถึงคาดหวังว่า วันนี้จะมีการดันต่ออีกวันไงล่ะค่ะ

*คล้ายคลึงกับแพทเทิร์นของหุ้น TIPCO กระชากขึ้นมาปิดที่ 17.60 บาท บวกไป 1.30 บาท หรือขึ้นไป 8% ด้วยมูลค่า 490 ล้านบาท มันเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง โดยครั้งนี้น่าจะขึ้นไปทดสอบยอดเดิมที่บริเวณ 18 บาท ก่อนจะดีดตัวขึ้นไปหาแนวต้านถัดไปที่บริเวณ 19 บาท “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นตัดสินชะตากรรมด้วยตัวเองนะคะ

*เช่นเดียวกับในรายของ TLUXE ดันราคาหุ้นขึ้นมาปิดที่ 11.90 บาท บวกไป 2.15 บาท หรือขึ้นไป 22% ด้วยมูลค่า 430 ล้านบาท “โมนิก้า” ไม่สามารถประเมินเป็นเรื่องอื่นได้จริงๆ เพราะอาการดันหุ้นแบบสุดซอยวานนี้ ทำให้เชื่อว่า ต้องเป็นเช่นนั้น และหากเป็นเหมือนกับที่คาดเดาไว้ ก็มีลุ้นวิ่งกลับขึ้นไปยืนแถว 14 บาทอีกรอบ จึงเป็นอีกหนึ่งช็อตที่ห้ามกะพริบตาเจ้าค่ะ

*ส่วนรายที่ลุ้นไม่ขึ้นเอาเสียเลยกลายเป็น AU หลังหุ้นอ่อนตัวลงมาปิดที่ 9.30 บาท ลบไป 0.05 บาท  ด้วยมูลค่า 105 ล้านบาท เหมือนเป็นการบอกให้ทุกคนรู้ว่า หมดแรงยันหุ้นไว้เหนือ 10 บาท สภาพของหุ้นถึงดูร่องแร่งเหลือเกิน และหากสถานการณ์ยังอยู่ในรูปนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่มีความจำเป็นต้องกระโจนเข้าไปรับของ ยกเว้นเป็นพวกใจร้อนอยากได้จริงๆ วันนี้ก็ต้องวัดดวงกันเอาเองนะคะ

Back to top button