หน้ากากทักษิณ


ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

 

ทักษิณโผล่มาโพสต์ “ผมหยุดแล้วครับ ท่านล่ะ เมื่อไหร่จะหยุดสักที อย่ารักชาติ รักสถาบันฯ เพียงแค่คำพูดกันเลย”

ซึ่งก็ตามเคย รัฐบาล คสช. เรียงหน้าออกมาโต้ทักษิณ ไม่ได้กลั่นแกล้งๆ รัฐบาลนำทุกปัญหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แน่จริงทำไมไม่กลับมาสู้คดี ฯลฯ นี่ถ้าผมเป็นทักกี้ จะท้าทายว่า รัฐประหารไม่ต้องนิรโทษตัวเองสิ แล้วจะกลับมาสู้คดีพร้อมกัน

ความยุติธรรมอะไร ความยุติธรรมภายใต้ ม.44 ออกคำสั่งเป็นกฎหมาย แล้วบอกว่าทุกคนต้องเคารพกฎหมาย แม้แต่ศาลก็ต้องยอมรับ ม.44 เป็นกฎหมาย แต่บอกว่ารัฐบาล คสช.ไม่เคยก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรม

พูดอย่างนี้ไม่ใช่ทักษิณขาวบริสุทธิ์ ทักษิณเป็นมนุษย์สีเทา แต่ถูกทำให้เป็นสีดำ ขณะเดียวกัน ผลของการใช้รัฐประหารตุลาการภิวัตน์จัดการทักษิณ ก็ทำให้กระบวนการยุติธรรม และชนชั้นนำที่เคยยกก้นเป็นคนดีมีศีลธรรม กลับกลายเป็นสีเทาไปด้วย

ทักษิณก็เป็นอย่างที่พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ ชี้ว่าไม่ใช่นักประชาธิปไตยอะไร แต่นโยบายไทยรักไทย และการใช้รัฐประหารล้มทักษิณ ทำให้มวลชนที่นิยมทักษิณ “ตาสว่าง” ตื่นตัวเป็นพลังประชาธิปไตย กระนั้นทักษิณเองก็ใช้พลังมวลชนเป็นอำนาจต่อรอง จนเกิดนิรโทษสุดซอย นำมาซึ่งรัฐประหารอีกครั้ง

แต่ฝั่งที่เกลียดกลัวทักษิณก็ลุกลามจนพาลเกลียดกลัวประชาธิปไตย หลังรัฐธรรมนูญ 2550 ใช้ไม่ได้ผล ทักษิณชนะเลือกตั้ง ยุบพรรคก็ยังกลับมาชนะถล่มทลาย ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องถอยหลังไปสถาปนารัฐความมั่นคง จำกัดอำนาจจากเลือกตั้ง มองนักการเมืองเลวเหมือนกันหมดไม่เว้นพรรคไหน

ในความเป็นจริง สิบกว่าปีผ่านไป ความขัดแย้งขยายใหญ่โตยิ่งกว่าเรื่องทักษิณ เอาแค่มวลชนเสื้อแดง แม้เริ่มต้นจากรักทักษิณ แต่เมื่อถูกสลายด้วยกระสุนจริง ถูกกระทำด้วยความยุติธรรมข้างเดียวมาหลายปี ต่อให้พรุ่งนี้ คสช.กับทักกี้ปรองดองกันได้ ก็ใช่ว่ามวลชนจะยอม เพราะความคับแค้นของมวลชนใหญ่กว่าแค้นแทนทักษิณไปแล้ว

3 ปีใต้ระบอบ คสช. ความขัดแย้งทางโครงสร้างขยายไปกว้างกว่าเรื่องทักษิณ เช่น ความขัดแย้งระหว่างผู้รักเสรีภาพกับรัฐความมั่นคง ความขัดแย้งระหว่างภาคประชาสังคม ท้องถิ่น ชุมชน กับรัฐราชการ หรือแม้แต่ความขัดแย้งระหว่าง 2 พรรคใหญ่ กับรัฐธรรมนูญที่ฆ่าตัดตอนอำนาจเลือกตั้ง

พูดง่ายๆ มีปัญหามีความไม่พอใจมากมายที่ไม่เกี่ยวอะไรกับทักษิณ ตั้งแต่เรื่องปากท้อง พ.ร.บ.คอมพ์ พ.ร.บ.สื่อ อภิสิทธิ์ชน ไปจนการใช้ ม.44 โดยไม่ฟังใคร ไม่เว้นแม้พวกที่เคยเป่านกหวีด

เพียงแต่ถ้ามีเรื่องทักษิณเมื่อไหร่ คนส่วนหนึ่งซึ่งป่วยด้วยโรคฝังใจก็จะอาการกำเริบ เลิกสนใจปัญหาอื่นๆ หันไปไชโยโห่ร้องให้ไล่ล่าทักษิณซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่นรัฐบาลกำลังเจอปัญหารุมเร้า พอเอาอภินิหารมาจัดการภาษีทักษิณ ไม่ว่าจงใจหรือไม่ก็ตาม ก็มีคนจำนวนมากแซ่ซ้อง สนับสนุน เข้าข้าง (ในทางตรงข้าม ถ้างัดอภินิหารมาใช้ไม่ได้ รัฐบาลอาจโดนข้อหาเกี้ยเซียะทักษิณ)

“หน้ากากทักษิณ” ยังขายได้เสมอ ถ้ามีใครใส่หน้ากากทักษิณยังไม่ทันอ้าปากร้องเพลง ก็โดนรุมปาขวดน้ำแบบไม่มีทางหลบทัน

ผมไม่เชื่อว่าทักษิณหยุดแล้ว นิสัยทักษิณไม่มีวันยอมแพ้ แต่การเอาหน้ากากทักษิณมาสวมเพื่อกลบความขัดแย้งใหม่ก็ไม่เคยหยุดเช่นกัน อยู่ที่สังคมไทยจะตระหนักหรือไม่ว่า ความขัดแย้งวันนี้มาไกลและใหญ่โตกว่าเรื่องทักษิณแล้ว ยิ่งเอาหน้ากากไปสวม ก็ยิ่งทำให้ทักษิณมีความสำคัญเกินจริง

Back to top button