
พาราสาวะถี
บอกไปแล้วว่าประเภทไก่เห็นตีนงู ยิ่งเป็นคนคุ้นเคยกัน เมื่อถึงคราวต้องปะฉะดะมันจึงทำให้ได้ลุ้นกันว่า จะเลือดเดือดหรือไม่
บอกไปแล้วว่าประเภทไก่เห็นตีนงู ยิ่งเป็นคนคุ้นเคยกัน เมื่อถึงคราวต้องปะฉะดะมันจึงทำให้ได้ลุ้นกันว่า จะเลือดเดือดหรือไม่ สนธิ ลิ้มทองกุล ใส่เกียร์เดินหน้าท้าชนคนพรรคสีน้ำเงินเต็มที่ ข้อมูลที่เปิดมา ถ้าคนที่อยู่ในแวดวงย่อมรู้ดี ไม่ได้เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย เพียงแต่การนำเสนอของสื่อโดยทั่วไป อาจเลี่ยงบาลีที่จะชี้ชัดเอ่ยชื่อถึงบุคคลที่เป็นตัวละคร ขับเคลื่อนปฏิบัติการข่าวสารหรือไอโอของพรรคแกนนำรัฐบาล แต่สำหรับ โกตั๊บไม่มีกั๊ก
ตัวละครสำคัญอย่าง ทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่สนธิชี้ว่าเป็น ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการไอโอทั้งบนดิน ใต้ดิน Online Offline รวมไปถึงจัดม็อบ-จัดอีเวนต์ของ “ระบอบสีน้ำเงิน” เป็นไปตามนั้น เพราะนี่คือมือทำงานด้านสื่อของ เนวิน ชิดชอบ ผู้ประสานสิบทิศกับคนในแวดวงสื่อสารมวลชน ด้วยความที่เคยเป็นคนวงการเดียวกันมาก่อน เมื่อกระโดดเข้าสู่ถนนสายการเมืองโดยการเดินตามผู้ยิ่งใหญ่แห่งบุรีรัมย์ จึงอาศัยสายสัมพันธ์ที่มีในการสร้างเกราะป้องกันนายและบริวาร
ความจริงการสร้างเครือข่ายสื่อภายใต้การกำกับของมือขวาเนวินนั้นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น มีมาตั้งแต่คราวที่สนธิเป็นหัวขบวนก่อม็อบไล่ ทักษิณ ชินวัตร แล้ว ซึ่งยุคนั้นกุนซือของพรรคสีน้ำเงินยังเดินตามนาย เป็นคนที่ได้รับความไว้วางใจในการดูแลเรื่องสื่อและจัดตั้งมวลชน เพื่อสู้กับระบอบสนธิ-จำลอง โดยหัวขบวนสำคัญของคนเสื้อแดงทั้ง วีระ มุสิกพงศ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แม้กระทั่ง จตุพร พรหมพันธุ์ ก่อนที่จะมาเป็นแกนนำม็อบนั้น ก็ล้วนแต่ได้รับการปลุกปั้นให้เป็นผู้ดำเนินรายการผ่าน “สื่อเลือกข้าง” ที่จัดตั้ง ภายใต้การบัญชาการของผู้ยิ่งใหญ่แห่งบุรีรัมย์ทั้งสิ้น
ส่วนเรื่องของคนที่อาศัยหัวโขนความเป็นสื่อ แต่ความจริงเป็นเพียงแค่ฐานที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการต่อรอง รับการสนับสนุนจากฝ่ายกุมอำนาจที่ตัวเองสามารถเรียกร้องได้เท่านั้น เหมือน ผู้จัดรายการหญิงฝีปากกล้าที่สนธิพูดถึง อดีตคนคุ้นเคยบนเวทีม็อบของเสื้อเหลือง ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะในช่วงปลายอำนาจของทักษิณ คน ๆ นี้ได้ชื่อว่าได้รับการสนับสนุนจากนายใหญ่ไม่น้อยเหมือนกัน กระทั่งครั้งสุดท้ายที่ขอแล้วไม่ได้ดั่งใจ จึงแปรสภาพประกาศตัวเป็นศัตรูทันที คนพวกนี้ยิ่งกว่าลิ้นสองแฉก เสียอีก
จะว่าไปอาจเป็นเรื่องธรรมดาของ เหล่าโจรเสื้อสูท ทั้งหลาย ไม่เฉพาะแวดวงการเมืองที่คนเหล่านั้นอาศัยหัวโขนความเป็นผู้มีฐานันดรที่สี่ไปทำมาหากิน แทบจะทุกวงการเหล่าแมวเทาทั้งหลายก็จะใช้วิธีการที่ไม่ต่างกัน เล่นงาน เปิดโปง จ้องจะแฉ ออกหมัดแย็บเพื่อให้เหยื่อเกิดความกลัว เกรงใจ สุดท้ายก็นำไปสู่การเจรจา เสนอข้อแลกเปลี่ยน บางรายถึงขนาดแสดงอาการพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า จากที่ด่าอยู่ดี ๆ กลับมาเชียร์ออกหน้าออกตา ยิ่งรัฐบาลเด็กเส้นเช่นนี้ เชื่อได้เลยว่า บรรดาตัวละครลับทั้งหลายทั้งที่มีชื่อชั้น หรือแม้แต่พวกโนเนมที่อยากสร้างชื่อ พร้อมจะถวายตัวรับใช้กันเต็มที่ เพราะผู้ใช้งานทุ่มทุนจ่ายหนัก เหมือนกัน
จากที่เคยดูแลสื่อกระแสหลัก เวลานี้จำเป็นที่จะต้องอาศัยสื่อใหม่ โดยเฉพาะเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลาย นายผู้เป็นกุนซือ และมือขวา ก็มีมือทำงานที่เป็นอดีตคนสื่อ และเครือข่ายในแวดวงที่ได้รับอานิสงส์มหาศาลจากความเป็นคนกีฬาฐานะเจ้าของสโมสรฟุตบอล และผู้ชักใยอดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยก่อนหน้า จึงสามารถระดมคนที่พร้อมจะเปิดหน้า กล้าเปิดประเด็นเพื่อปกป้องคนของระบอบสีน้ำเงิน รวมไปถึงการสร้างกระแสเบี่ยงความสนใจในเรื่องร้อนที่กำลังพุ่งใส่คนในรัฐบาล
เหมือนกรณีของการปูดปมเรียกเงิน พิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่ใช้ตัวละครอดีตคนเคยดังมาเปิดประเด็น ชัดเจนว่าเป็นการจงใจเบี่ยงกระแสจากข่าวคราวที่พุ่งเป้าเล่นงาน ไชยชนก ชิดชอบ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเนวิน เรื่อง TH-AI Passport ที่เห็นได้ชัดว่า ไม่เพียงแต่จะถูกรุมถล่มจากกรณีนี้เท่านั้น ยังมีการขยายไปถึงเรื่องการศึกษา และมารดาของลูกนกด้วย เมื่อฝ่ายจ้องเล่นงานเอาความจริงมาพูด รุกไล่กันแบบนี้ ย่อมไม่มีทางเลือกอื่น นอกจาก จุดประเด็นใหม่เพื่อเบนความสนใจ ลดแรงกระแทกที่พุ่งเข้าใส่
อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการที่จะปกป้องกล่องดวงใจ ทำท่าว่ามันจะกลายเป็นการแสดงตัวตน เปิดเผยสิ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันก่อนหน้านี้ของเครือข่ายสีน้ำเงินกันไปเสียฉิบ กรณีของไชยชนกไม่ใช่เพียงแค่การฉายภาพให้เห็นเครือข่ายผลประโยชน์ของผู้ใกล้ชิดเท่านั้น แต่ยังไปเป็นตัว เผยโฉมความเป็น สว.สายสีน้ำเงินให้เด่นชัดด้วย เมื่อเหล่า สว.สายตรงทั้งหลายขยับตัวที่จะไปร้อง ป.ป.ช. เอาผิด นันทนา นันทวโรภาส โทษฐานไปอภิปรายเสียดสี กระแนะกระแหนลูกชายของผู้ยิ่งใหญ่แห่งบุรีรัมย์และพรรคสีน้ำเงิน
จังหวะที่การเมืองเข้าสู่โหมดขับเคี่ยว ชิงไหวชิงพริบกันนี่แหละ ที่จะช่วยเผยให้เห็นถึงธาตุแท้ของพวกที่ทำตัวเป็นคนดีย์ อ้างความเป็นกลาง ทั้งที่ความจริงล้วนแต่มีเบื้องลึกเบื้องหลังกันทั้งสิ้น แน่นอนว่า กรณี สว.สายสีน้ำเงิน อีกไม่นานก็จะเป็นตัวพิสูจน์ความจริงของอีกองค์กรอย่าง กกต. ที่ยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ได้มีการยื้อหรือจ้องที่จะล้มคดีฮั้ว สว. เพราะถ้าผลออกมาเป็นไปตามที่มีการคาดหมาย หรือเป็นไปตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้า ย่อมหนีไม่พ้นว่าองค์กรอิสระที่อยู่ในภาวะศรัทธาเสื่อมทรุดนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองของเครือข่ายสีน้ำเงินเช่นเดียวกัน
ส่วนรายนี้ยังถูกตามกัดไม่เลิก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ลงป้องกันแชมป์ กับข่าวคราวเรื่องทุจริต ความไม่โปร่งใสในช่วงที่นั่งบริหารเมืองหลวง คงอย่างที่เจ้าตัวว่า ทุกแรงกระแทกที่ถาโถมเข้าใส่เวลานี้ เหมือนโดนมวยปล้ำแทคทีม เป็นไปตามนั้น เพราะมีพวกที่จ้องสกัดไม่ให้เข้าวิน จึงทำกันทุกวิถีทาง งานนี้คงเป็น บททดสอบคนกรุงเทพฯ ว่าที่อ้าง มองข่าวได้ทะลุ เข้าใจสถานการณ์ รู้ข้อมูลมากกว่า และสามารถตัดสินใจได้ดีกว่าคนต่างจังหวัด จริงอย่างที่คุยโวโอ้อวดกันหรือไม่
อรชุน
