EA หัวเลี้ยวหัวต่อ..!?

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เป็นหุ้นกลุ่มพลังงานที่เติบโตมาจากธุรกิจไบโอดีเซล ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของ EA หลังจากนั้นก็เข้าสู่ยุคที่ 2 กับธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน...


สำนักข่าวรัชดา

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เป็นหุ้นกลุ่มพลังงานที่เติบโตมาจากธุรกิจไบโอดีเซล ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของ EA หลังจากนั้นก็เข้าสู่ยุคที่ 2 กับธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน…

โดยเริ่มที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ไปสู่โรงไฟฟ้าพลังงานลม ซึ่งปัจจุบันมีกำลังการผลิต 664 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โซลาร์ฟาร์ม 278 เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์มอีก 386 เมกะวัตต์

และยุคที่ 3 ไปสู่ธุรกิจใหม่ ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่ และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

หลังจากธุรกิจโรงไฟฟ้ารับรู้ทุกโครงการที่ลงทุนไป เป็นการรับรู้เต็มปีตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป…ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนรับรู้และคาดเดากันได้ถึงรายได้ที่จะเข้ามา เพราะมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ชัดเจน

ที่น่าสนใจ…ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยเฉพาะธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์ Mine ที่เบื้องต้น EA วางกลยุทธ์เจาะตลาดรถแท็กซี่ เนื่องจากมองว่ามีโอกาสเติบโต และคู่แข่งน้อย โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 10,000 – 20,000 คันต่อปี

ล่าสุดมียอดจองสิทธิ์ไปแล้ว 5,000 คัน โดยปีนี้จะเริ่มต้นส่งมอบรถ และรับรู้รายได้…

แต่บังเอิ๊ญบังเอิญเจอการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายโควิด-19 ซะก่อน…ทำให้ถูกกังวลว่า แผนส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าจะไม่เป็นไปตามแผน หรือน้อยกว่าแผน…

ขณะที่ธุรกิจแบตเตอรี่ อยู่ระหว่างซื้อที่ดินและปรับโซนที่ตั้งโรงงาน ซึ่งรู้มาว่าเป็นโซนที่ตั้งได้ อยู่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี (เนื่องจากครม. มีมติให้นิคมอุตสาหกรรม BlueTech City จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานเปลี่ยนสีพื้นที่จากสีเขียว หรือพื้นที่เกษตรกรรม เป็นสีม่วง หรือพื้นที่อุตสาหกรรม)

แต่มีคำถามตามมาว่า จะเริ่มได้เมื่อไหร่..? ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

ส่วนสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์ “EA Anywhere” ที่ปีนี้วางเป้าจะขยายให้ครบ 1,000 สาขา ครอบคลุมในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ก็ส่อเค้าจะไม่เป็นไปตามแผนเหมือนกัน…

จึงน่าจับตาธุรกิจใหม่ที่กลายเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของ EA..!!

โดยเฉพาะธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าที่ก่อนหน้านี้ ผู้บริหาร EA คาดว่าในปี 2564 รายได้จะขยับขึ้นมาเป็น 25-30% ส่วนรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าจะลดลงเหลือ 40-45% และธุรกิจไบโอดีเซลประมาณ 20% ที่เหลือเป็นธุรกิจอื่น ๆ

นั่นอาจทำให้แผนของ EA ต้องดีเลย์ออกไปเช่นกัน

โอเค…ในปี 2563 ยังคงเห็น EA โตแบบก้าวกระโดดจากธุรกิจไฟฟ้าที่รับรู้รายได้เข้ามาเต็มปี

แต่ก็น่าคิดว่า ถ้ามองไปถึงการเติบโตระยะยาว…EA อาจมีความเสี่ยงตราบใดที่ธุรกิจใหม่ยังประสบปัญหา โรคเลื่อนไปเรื่อย ๆ อย่างนี้

และคงทำให้ EA หลุดจากทำเนียบหุ้น Growth stock (หุ้นเติบโต) แน่ ๆ

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็น่าเสียดายแย่เลย…

เอ๊ะ..!! หรือ EA มีแผนสำรองรองรับไว้แล้ว…อันนี้ก็ไม่รู้สินะ

…อิ อิ อิ…

Back to top button