“อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะ “บอร์ด OECD” เร่งปฏิรูปไทยสู่มาตรฐานโลกปี 2571
รัฐบาลเร่งสปีดไทยเข้า “OECD” ครม.ไฟเขียว ตั้งบอร์ดระดับชาติ นายกฯ นั่งประธาน เป้าขึ้นแท่นสมาชิก ปี 2571 เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ ดึงความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันนี้ (19 พ.ค. 69) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้จัดตั้งคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานในการเข้าเป็น สมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) อย่างจริงจัง มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน เพื่อกำกับทิศทาง เร่งรัด และติดตามการดำเนินงานของทุกหน่วยงานให้เป็นเอกภาพ
โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธาน
กรรมการ ประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงานสำคัญ ด้านงบประมาณ ระบบราชการ เศรษฐกิจ การต่างประเทศ และกฎหมาย เช่น ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีบุคคลภายนอกเข้าร่วมเป็นกรรมการ ได้แก่ นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศ (ibank)
นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และศาสตราจารย์พิเศษกิตติพงษ์ กิติยารักษ์ ประธานกรรมการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนในมิติเศรษฐกิจ กฎหมาย ธรรมาภิบาล และความร่วมมือระหว่างประเทศ
นางรัชดา กล่าวว่า การเข้าเป็นสมาชิก OECD เป็นหนึ่งในวาระสำคัญของรัฐบาล เพราะเป็นกระบวนการยกระดับประเทศในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ กฎหมาย ธรรมาภิบาล การลงทุน การแข่งขัน นวัตกรรม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตประชาชน ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการแข่งขันบนเวทีโลก
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD นั้น ประเทศไทยอยู่ระหว่างขั้นตอนการประเมินทางเทคนิค ซึ่งต้องจัดทำข้อมูล ตอบแบบสอบถาม และประเมินความสอดคล้องของกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติของไทยกับมาตรฐาน OECD ในหลายสาขา โดยมีหน่วยงานไทยร่วมดำเนินการกับคณะกรรมการและคณะทำงานของ OECD
ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดใหม่จะทำหน้าที่กำหนดนโยบาย เสนอแนะแนวทาง กำกับ เร่งรัด และติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และแผนการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยจะมีรองนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานหลักด้านเศรษฐกิจ กฎหมาย การต่างประเทศ งบประมาณ และการพัฒนาประเทศเข้าร่วม เพื่อให้ทุกฝ่ายเดินไปในทิศทางเดียวกัน
รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 โดยจะเร่งดำเนินภารกิจสำคัญ ทั้งการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ ระบบข้อมูล และมาตรฐานการทำงานของภาครัฐ ให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของ OECD อย่างเป็นขั้นตอน
นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ในฐานะเครื่องมือยกระดับประเทศ ไม่ใช่เพียงเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นกระบวนการปฏิรูปที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยโปร่งใส แข่งขันได้ และสร้างประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในระยะยาว โดยรัฐบาลจะสื่อสารความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นว่าเส้นทางสู่ OECD คือ การยกระดับอนาคตของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

