DELTA พระเอกหรือผู้ร้าย


ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

ตลาดหุ้นไทยวานนี้ ดัชนีปิดร่วงลง 7.08 จุด ปิด  1,571.85 จุด

มูลค่าการซื้อขายยังหนาแน่นกว่า 117,160 ล้านบาท

ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่หุ้น DELTA บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)

อย่างวานนี้ราคาปิด 558.00 บาท บวก 94.00 บาท เปลี่ยนแปลง +20.24% มูลค่าการซื้อขายกระโดดขึ้นมาเป็นอันดับ 1  กว่า 9,545 ล้านบาท

หุ้น DELTA กลับมาวิ่งคึกคัก นับตั้งแต่ที่ตลาดหลักทรัพย์เลื่อนการใช้เกณฑ์ฟรีโฟลตใหม่ออกไปนั่นแหละ

หลังจากผลการเฮียริ่งหรือสอบถามความเห็นจากบุคคลในวงการตลาดทุนออกมา

ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย

จะว่าไปแล้ว เกณฑ์ฟรีโฟลตใหม่นี้อาจจะถูกยกเลิกไปเลยก็ได้

เพราะเห็นว่าทางตลาดฯ เอง เหมือนจะไปทำกระดานที่เป็นดัชนีใหม่ขึ้นมา

กลับมาที่เดลต้าฯ กันต่อ

ในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมา ราคาหุ้นเดลต้าฯ วิ่งขึ้นจาก 315.00 บาท มาอยู่ที่ 558.00 บาทต่อหุ้น

หรือเปลี่ยนแปลงบวกกว่า 77.14% (ในช่วงเวลา 5 วัน)

มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคปฯ ของเดลต้าฯ ณ ราคาปิดเมื่อวันอังคารที่ 11 พ.ค. 2564 อยู่ที่ 578,785 ล้านบาท มากเป็นอันดัน 3 รองจาก PTT และ AOT

ส่วน ณ ราคาปิดวานนี้ (12 พ.ค.) ของเดลต้าฯ ที่ระดับ 558.00 บาท

ทำให้มาร์เก็ตแคปทะยานขึ้นมามีมูลค่ากว่า 696,046 ล้านบาท

ดูจากมาร์เก็ตแคปของเดลต้าฯ และดูจากราคาหุ้นเดลต้าฯ ที่วิ่งขึ้นมา 5 วันติดต่อกัน

มีผลบวกต่อดัชนีอย่างมาก

เช่น เมื่อวานนี้ เดลต้าฯ ปิดเปลี่ยนแปลงบวก  20.24%

มีส่วนช่วยดันดัชนีถึง 10.24 จุด

หากเมื่อวานนี้ตลาดหุ้นไทยไม่ได้เดลต้าฯ เข้ามาช่วย

ดัชนีน่าจะปรับลงไปปิดลบ 17-18 จุด

ปรากฏการณ์ของเดลต้าฯ ที่ราคาวิ่งขึ้นต่อเนื่องทำให้นักวิเคราะห์เวลาวิเคราะห์การขึ้นลงของดัชนีฯ

บางคนก็อาจจะตัดการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นเดลต้าฯ ออกไป

แต่นักวิเคราะห์บางคน หรือแม้กระทั่งนักลงทุนเอง ก็อาจจะมองว่า เดลต้าฯ ก็คือหุ้นตัวหนึ่งในกระดาน แม้ราคาบางวัน บางช่วงจะขึ้นลงผิดปกติไปบ้าง

และไม่เห็นว่าจะต้องตัดการเคลื่อนไหวราคาหุ้นเดลต้าฯ ออกไป

ล่าสุด สด ๆ ร้อน ๆ

ตลาดหลักทรัพย์ได้จับหุ้นเดลต้าฯ เป็นหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายหุ้นร้อน และจะต้องใช้เกณฑ์แคชบาลานซ์

และให้เริ่มมีผลวันนี้ (13 พ.ค. 2564 ไปจนถึง 2 ม.ย. 2564) หรือประมาณ 3 สัปดาห์

ก่อนหน้านี้หุ้นเดลต้าฯ ก็เคยถูกจับใช้เกณฑ์แคชบาลานซ์มาแล้ว

วันแรกที่เริ่มใช้เกณฑ์ ราคาอาจจะดูอ่อนแรงลงไปบ้าง

ทว่าหลังจากนั้น ก็กลับคึกคักเหมือนเดิม

นักลงทุนรายใหญ่ รายย่อย ต่างขน “เงินสด” มาเทรดกันสนุกสนาน

จะว่าไปแล้วเกณฑ์การใช้แคชบาลานซ์ เป้าหมายจริง ๆ คือ การลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุน

ปุจฉา…. แต่หากย้อนกลับไปถามนักลงทุนว่า รู้หรือไม่ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง และรู้หรือไม่ว่าหุ้นตัวไหนมีความเสี่ยงสูงและต่ำอย่างไร

วิสัชนา… นักลงทุนต่างทราบเรื่องความเสี่ยงทั้งนั้น

และทุกคนที่เข้าไปเล่นก็พร้อมที่จะเสี่ยง

หรืออาจจะมองหุ้นเดลต้าฯ ไปถึงกับขนาดว่า เป็นพระเอกที่เข้ามาช่วยกอบกู้ดัชนี หรือสร้างกำไรระยะสั้น

ส่วนในมุมมองของหน่วยงานกำกับ ก็อาจจะมองอีกอย่าง

เดลต้าฯ เสมือนเป็นผู้ร้ายของตลาดหุ้น ที่เข้ามาสร้างความผันผวนของดัชนี และล่อให้นักลงทุนเข้าไปติดกับดัก (ราคาเกินมูลค่าพื้นฐานไปมาก) หรือต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูง

เดลต้าฯ จะเป็นพระเอก หรือผู้ร้าย

ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราได้รับผลบวกหรือลบกับหุ้นเดลต้าฯ อย่างไรนั่นแหละ

Back to top button