เอาไม่อยู่..ก็เจอกัน 1,500 จุด

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน


* ต้องยอมรับกันอีกครั้งว่า สถานการณ์ของหุ้นทั่วโลกตกอยู่ในภาวะระส่ำอย่างถ้วนหน้า เพราะการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า กลายเป็นตัวแปรที่ทำให้เศรษฐกิจตกอยู่ในภาวะสั่นคลอนอย่างหนัก และนำมาสู่การขายหุ้นล็อตใหญ่แบบรัว จนทำให้ภาพของการลงทุนดูไม่ดีเอาเสียเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่นักลงทุนต้องติดตามดูสถานการณ์ในวันถัดไปอย่างใกล้ชิดนะจะบอกให้

* ผนวกกับ “โมนิก้า” เคยย้ำเรื่อง “ภูเขาสามลูกต่ำลง” ตั้งแต่กลางสัปดาห์ จึงไม่แปลกใจที่ตลาดหุ้นไทยรูดลงมากองอยู่ที่ 1,556.01 จุด ลบไป 18.36 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.67 หมื่นล้านบาท เพราะในมุมขององค์ประกอบรอบด้าน มันไม่มีมุมที่ทำให้รู้สึกชื่นใจแม้แต่นิดเดียว จึงเป็นชนวนเหตุให้นักลงทุนสถาบันเดินหน้าเคาะซ้ายไม่ยั้ง เพราะเห็นกันทนโท่ว่า ต้องใช้เวลาอีกนาน..กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางเจ้าค่ะ

* วันนี้จึงต้องติดตามสถานการณ์ของต่างประเทศจะเป็นอย่างไร? และต้องเกาะติดสถานการณ์ติดเชื้อ รวมทั้งเสียชีวิตในประเทศ ยังพุ่งทะยานทำนิวไฮอีกหรือเปล่า? เพราะประเด็นดังกล่าวจะเป็นตัวชี้ชะตาหุ้นไทยควรไปอยู่ตรงไหนของเรื่องนี้? “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับเผื่อใจสำหรับการทิ้งตัวลงไปยืนบริเวณ 1,500 จุดไว้บ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการผิดหวังแบบไม่ทันตั้งตัวนะคะ

* ก่อนจะไปถึงตรงนั้น! เดี๊ยนอยากให้ทุกคนมองเรื่องจริงที่เกิดกับตลาดหุ้นไทยสักนิดหนึ่งว่า ด่านแนวรับแรกที่จะปะทะกับแรงขายน่าจะอยู่ที่บริเวณ 1,550 จุด ถัดจากนั้นจะต้องมาเจอกับแนวรับที่สองบริเวณ 1,530 จุด หากเอาไม่อยู่จะไหลลงมายังแนวรับที่ได้เกริ่นให้ฟัง “โมนิก้า” ถึงพยายามให้แฟนคลับเข้าใจวิถีของการเล่นสั้นในภาวะโควิด-19 ระบาดหนัก มันทำให้ความเสี่ยงในการลงทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญนะตัวเอง

* ขนาดเจ้าพ่อบัตรพลาสติกอย่าง KTC ทำผลงานไตรมาส 2 ได้อย่างเลิศหรู ยังถูกพวกสถาบันถล่มไม่ไว้หน้า จนหุ้นลงมากองอยู่ที่ 65.50 บาท ลบไป 4.26 บาท หรือลงไป 6.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.14 พันล้านบาท ย่อมเป็นภาพสะท้อนที่บอกให้นักเล่นต้องระวังมากเป็นพิเศษ แถมเที่ยวนี้เกิดความกังวลต่อผลงานไตรมาส 3 แบบสุด ๆ จึงกลายเป็นตัวเร่งให้น้องโมรีบมองไปที่แนวรับ 62 บาทในทันทีไงล่ะคะ

* เช่นเดียวกับในรายของ RCL ซึ่งตกอยู่ในภาวะไซด์เวย์ร่วมเดือน กลายเป็นช็อตที่ทำให้ “โมนิก้า” คิดหนักเหมือนกันว่า จะได้ไปต่อไหม? เพราะสถานการณ์ของธุรกิจเดินเรืออาจไม่เฟื่องฟูเหมือนที่ผ่านมา ส่งผลให้โค้งสุดท้ายในไตรมาส 4 คือตัวตัดสินชะตาของหุ้นอย่างแท้ทรู เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับประเมินการยืนปิดที่  54 บาท ลบไป 2.75 บาท หรือลงไป 4.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.44 พันล้านบาท น่าสนใจอ๊ะป่าว?

* คล้ายกับกรณีของ IVL ก็ถูกนักลงทุนสถาบันรินขายต่อเนื่องตั้งแต่เดือน พ.ค. (ตอนนั้น 50 บาท) จนวานนี้ยืนปิดที่ระดับ 38.75 บาท ลบไป 2 บาท หรือลงไป 4.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 886 ล้านบาท มันเป็นสถานการณ์ที่บีบหัวใจเหลือเกิน เพราะหุ้นจวนเจียนจะหลุดแนวรับสุดท้ายอยู่รอมร่อ เดี๊ยนเลยไม่กล้าฟันธงว่า หุ้นจะเด้งกลับขึ้นไปหายอดเดิม หลังประเทศไทยมีแต่เรื่องน่าเศร้าท่วมจอน่ะสิ

* อีกหนึ่งเรื่อง so sad ที่แฟนคลับหุ้น PTG ต้องรับให้ได้ก็คือ ราคาหุ้นไหลลงเรื่อย เป็นเวลานาน และมีแนวโน้มจะไหลลงอีกแบบนี้ “โมนิก้า” ถือเป็นจังหวะที่ต้องใช้ความคิดพอสมควร หลังหุ้นลงมาใกล้จุดเด้งเที่ยวก่อนตรงบริเวณ 15.80 บาท ผนวกกับค่า PE ล่าสุดก็อยู่แค่ระดับ 13 เท่า จึงกลายเป็นเรื่องที่พูดยากเหลือเกินว่า การลงมายืนที่ 16.90 บาท ลบไป 0.90 บาท หรือลงไป 5% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 490 ล้านบาท มันคือโอกาสนะออเจ้า

* ส่วนรายที่ซัดกันมันหยดติ๋ง ๆ “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น UPA เพื่อชี้ให้เห็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของคนสายเขียว ซึ่งเที่ยวนี้มีบิ๊กเนมอยู่หลังดีลมากมาย พร้อมกับวาดฝันสตอรี่จะออกมาสวยหรูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับจับตาดูว่า กลุ่มทุนใหม่ที่เข้ามา จะทำอะไรเป็นโล้เป็นพายบ้างอ๊ะป่าว? เพราะสิ่งที่ได้พบเจอเที่ยวนี้มีแต่ราคาคุย จึงอยากให้ขาลุยประเมินการขึ้นมาปิดที่ 0.47 บาท บวกไป 0.06 บาท หรือขึ้นไป 14.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 981 ล้านบาท โอเวอร์แวลูไหมเอ่ย?..อิอิอิ

Back to top button