SAK กลยุทธ์ใหม่เติมเก่า.!

ฉลองแฮปปี้เบิร์ธเดย์ครบ 1 ขวบ หุ้น SAK มีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร โดยเฉพาะราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 180% จากราคาไอพีโอที่ 3.70 บาท


ฉลองแฮปปี้เบิร์ธเดย์ครบ 1 ขวบ หุ้นบริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ (8 ธ.ค. 2563) มาได้ไม่นาน โดยรอบปีที่ผ่านมา เห็นการเปลี่ยนแปลงพอสมควร โดยเฉพาะราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 180% จากราคาไอพีโอที่ 3.70 บาท ส่งผลให้ปัจจุบันมาร์เก็ตแคปทะลุ 22,000 ล้านบาทไปแล้ว จาก ณ สิ้นปี 2563 มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 17,711 ล้านบาท

ส่วนคนที่มีหุ้น SAK ณ ราคาไอพีโอ ก็เป๋าตุงไปตาม ๆ กัน…น่าอิจฉาเนอะ…

หันไปดูในแง่ของผลประกอบการก็ไม่ธรรมดา…ยังเติบโตได้ท่ามกลางวิกฤตโควิด ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรกปีนี้ ตุนกำไรสุทธิไว้แล้ว 422 ล้านบาท จากรายได้รวม 1,328 ล้านบาท

ดังนั้นถ้าไม่สะดุดยอดหญ้าไปซะก่อน ก็พออนุมานได้ว่า ผลงาน SAK ในปีนี้น่าจะดีกว่าปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 561 ล้านบาท และมีรายได้รวม 1,613 ล้านบาท

แต่พอครบรอบ 1 ปี ก็ต้องมีอะไรพิเศษสักหน่อย…ล่าสุดเตรียมรุกเข้าสู่ธุรกิจโดรนเพื่อการเกษตร ด้วยการไปจับมือกับ

“ปภังกร โชคทวีชัยเจริญ” ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในธุรกิจโดรนเพื่อการเกษตรมายาวนาน ตั้งบริษัทร่วมทุนที่ชื่อว่า บริษัท ศักดิ์สยาม เมกเกอร์ โดรน จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท

โครงสร้างการถือหุ้น… SAK จะถือหุ้น 70% และถือหุ้นในนามบุคคล 30% คาดจะเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาส 1 ปีหน้า

ขณะที่ไฮไลท์ในการรุกธุรกิจใหม่ของ SAK ครั้งนี้ ถือเป็นการเติมพอร์ตสินเชื่อด้วยการเพิ่มโปรดักส์ใหม่..!! เนื่องจาก SAK มีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มเกษตรกรอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่ว่าจะขายโดรน หรือปล่อยสินเชื่อให้กับเกษตรกร ก็ทำได้ง่าย เพราะมีข้อมูลกันอยู่แล้ว ทำให้สามารถบริหารจัดการได้ง่าย ควบคุมง่าย ความเสี่ยงต่ำ

ซึ่งในกรณีนี้ SAK จะมีรายได้ 2 ขาด้วยกัน…ขาแรก เป็นยอดขายโดรนที่รับรู้ผ่านบริษัทร่วมทุน ซึ่ง SAK ตั้งเป้าหมายยอดขายในปี 2565 ไว้ที่ 1,000 ลำ ถ้าติ๊ต่างราคาขายโดรนลำละ 2 แสนบาท ก็เท่ากับ 200 ล้านบาทแล้ว…ไม่น้อยเลยนะเนี่ย

ส่วนอีกขา จะเป็นรายได้จากการปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรเพื่อไปซื้อโดรน…ถ้าเทียบเคียงการปล่อยสินเชื่อรถการเกษตรคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ 35% ต่อปี การปล่อยสินเชื่อซื้อโดรนดอกเบี้ยก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 35% ต่อปี ว่าป่ะล่ะ…แหม๊ แค่กินรายได้ดอกเบี้ยก็พุงกางแล้ว ซึ่งในส่วนนี้ SAK รับไปเต็ม ๆ…

ขณะที่ถ้าไปดูโอกาสทางธุรกิจ คาดว่าแนวโน้มตลาดโดรนเพื่อการเกษตรภายใน 3-5 ปีข้างหน้า จะเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 30,000 ลำ จากปัจจุบันมีอยู่เพียง 4,000 ลำเท่านั้น…นั่นหมายความว่า ธุรกิจนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก…

ที่สำคัญ…ธุรกิจนี้ยังไม่มีเจ้าตลาดที่ชัดเจน..!!

ก่อนหน้านี้ ที่เห็นเป็นข่าวคราว ก็มี “เจ้าเอี้ยง” โดรนเกษตรอัจฉริยะ ของบริษัท เอทีไอ เทคโนโลยีส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในกลุ่มปตท. กับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ในราคาเริ่มต้น 1.98 แสนบาท แต่ก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว

น่าเสียดาย มีของดีอยู่ในมือแท้ ๆ แต่หลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ในซอกหลืบซะงั้น…เสียของจริง ๆ

กลับมาที่ SAK ไอ้ที่เติบโตดีอยู่แล้ว คราวนี้คงโตติดปีกเลยแหล่ะ…

ต้องบอกว่า ลิสซิ่งภูธรเจ้านี้มีดีที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ…

…อิ อิ อิ…

Back to top button