ยึดหุ้น MORE ล้างหนี้?

เช้าวานนี้ “โมนิก้า” รู้สึก “ตกอก ตกใจ” มากเป็นพิเศษ เพราะลมหนาวที่พัดโชยมาคราวนี้ทำให้สั่นสะท้านไปทั้งตัวเลยจริง ๆ


เช้าวานนี้ “โมนิก้า” รู้สึก “ตกอก ตกใจ” มากเป็นพิเศษ เพราะลมหนาวที่พัดโชยมาคราวนี้ทำให้สั่นสะท้านไปทั้งตัวเลยจริง ๆ แถมยังมีเรื่องที่ทำให้ขนลุกซู่ตามหลังมาติด ๆ จึงกลายเป็นอีกวันทำงานที่ต้องใช้ “ไขมัน”..อุ๊ย..”พลังงาน” มากเป็นพิเศษ เพื่อทำหน้าที่เผือกในรายละเอียดที่เป็นข้อสงสัย เพราะมองจาก “มุมไหน ด้านไหน” ก็มีเรื่องราวที่เป็นประเด็นให้ถกเถียงกันไม่เลิกนะจะบอกให้

เหมือนกับการกวัดแกว่งของดัชนีเป็นเวลาร่วมเดือน ทั้งที่ก่อนหน้านี้กำลังตั้งลำอย่างสวยงาม แต่สุดท้ายก็เกิดอาการล่มปากอ่าวเป็นประจำ จนล่าสุดดัชนียืนปิดได้แค่ระดับ 1,671.46 จุด ลบไป 9.76 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.23 หมื่นล้านบาท ก็เป็นภาพเดิม ๆ ที่นักเล่นเริ่มคุ้นเคย และเริ่มเห็นตัวเลขเศรษฐกิจบางอย่างไม่เป็นเหมือนที่คาดหวัง จึงชิงขายหุ้นออกมาเรื่อย ๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไงล่ะคะ

ประเด็นดังกล่าวจึงน่าจะเป็นหนามยอกอกตลาดหุ้นไทยไปอีกนาน เพราะการขึ้นของดัชนีต้องพึ่งพิงพื้นฐานที่แน่นปึกรองรับ “โมนิก้า” จึงต้องปรับกระบวนท่าใหม่อย่างเร่งด่วน หลังข้อเท็จจริงที่ปรากฏสวนทางกับความเชื่ออย่างสิ้นเชิง และเรื่องนี้ก็เห็นได้จากแบงก์เขียวที่ได้ชื่อว่า เด่นสุดในช่วงปลายปี 65 แต่พอประกาศงบปี 65 ออกมาปุ๊บ..ดันมีการตั้งสำรองบานเบอะ จึงโดนถล่มขายแบบไม่ปรานี เพราะทุกคนกังวลว่า เดี๋ยวจะมีหนี้เน่าปูดขึ้นมาอีกแน่ ๆ เจ้าค่ะ

เช่นเดียวกับการโยน “บิ๊กล็อต” ของหุ้น MORE ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 66 จำนวน 948.10 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 13.21% ก็ทำให้ผู้คนงงกันเป็นแถวว่า อิหยังวะ! เพราะไม่น่าจะมีใครกล้าลองดีกับหุ้นร้อนตัวนี้อีกแล้ว แต่สุดท้ายยังมีคนกล้าเข้ามารับหุ้นตัวนี้หน้าตาเฉย จึงกลายเป็นช็อตที่ “โมนิก้า” ต้องตามไปชำแหละให้สิ้นสงสัย เพราะคนที่กล้าเข้ามายุ่งกับหุ้นตัวนี้ต้องมีผลประโยชน์อะไรบางอย่างแน่ ๆ ตัวเอง

โดยเฉพาะการที่ บล.จีเอ็มโอ-แซด คอม โผล่หน้าขึ้นมารับหุ้นแบบไม่เหนียมอายอะไรทั้งสิ้น ก็กลายเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้ข้อสันนิษฐานเรื่องแหล่งชุมนุมขาโหดชัดเจนขึ้นไปอีก และยังทำให้รู้ว่า โบรกฯ ญี่ปุ่นรายนี้น่าจะมีซัมติงเหมือนที่เขาร่ำลือจริง ๆ ไม่เช่นนั้นจะอ้าแขนรับหุ้นร้อนจาก อภิมุข บำรุงวงศ์, ศิริศักดิ์ ปิยทัสสีกุล, สามารถ ฉั่วศิริพัฒนา และ วสันต์ จาวลา มูลค่าสูงถึง 360 ล้านบาทได้อย่างไรจ๊ะ

จุดที่น่าสนใจของประเด็นตรงนี้อยู่ที่สามคนแรกเขาเรียกก๊วนนี้กันว่า “อัสสัมชัญ คอนเนคชั่น” ขณะที่คนที่สองกับสามอย่าง “ศิริศักดิ์ กับ สามารถ” ก็เป็นคนที่ร่วมหัวจมท้ายกันมาตั้งแต่สมัยบุกเบิกหุ้น DNA (ดราก้อนคอยน์) ส่วนคนสุดท้ายเป็น “มิสเตอร์คอนเนคชั่น” ซึ่งมีหุ้นร้อนอยู่หลายตัวด้วยกัน “โมนิก้า” ถึงมองพฤติกรรมโยนหุ้นเที่ยวนี้ต้องเกี่ยวข้องกับหนี้สินที่เกิดจากการขอมาร์จิ้นไว้กับโบรกเกอร์นี้อย่างแน่นอนค่ะ

เนื่องจากสิ่งที่หลายคนพอรับรู้เลา ๆ เกี่ยวกับ บล.จีเอ็มโอ-แซด คอม น่าจะเป็นเรื่องวงปล่อยเงินกู้เพื่อให้ลูกค้าซื้อหุ้นมีเป็นหมื่นล้าน ซึ่งมีลูกค้าทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่เข้ามาขอเปิดวงเงินกันบานตะไท (เขาเม้าท์กันแบบนี้) “โมนิก้า” เลยเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่า นี่เป็นการโอนหุ้นใช้หนี้อย่างแน่นอน และคนเหล่านี้น่าจะมีการเปิดพอร์ต โดยเอาหุ้นบางส่วนมาตึ๊งเพื่อขอมาร์จิ้นไปดันหุ้นต่อกระมัง!..อิอิอิ

ประเด็นที่ต้องคิดต่อมาก็คือ ด้วยจำนวนหุ้นเท่านี้ และจำนวนเงินเท่านี้..มันจะพอกับมาร์จิ้นที่เอาไปหรือเปล่า? หากไม่พอกับวงเงินที่เอาไป ดอกเบี้ยจากการใช้วงเงินก็จะวิ่งต่อโดยปริยาย และคงได้เห็นการโอนหุ้นเพื่อทำการล้างหนี้ที่ค้างกันอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นหนังเรื่องยาวที่ทำให้ทุกคนต้องติดตามดูกันต่อไปว่า “บล.จีเอ็มโอ-แซด คอม” รวบหุ้นได้ทั้งหมดเท่าไหร่? และจะขายหุ้นให้กับใครพะย่ะค่ะ

ที่แน่ ๆ คือ แผนการเข้าตลาดหุ้นของโบรกเกอร์แห่งนี้ คงต้องทอดยาวออกไปไม่มีกำหนด เพราะเมื่อดูจากแนวทางทำธุรกิจที่ออกไปในทางฮาร์ดคอร์เกินไปหน่อย มันเป็นประเด็นที่ต้องตอบคำถามด่านหน้าอย่าง ก.ล.ต. หลายเรื่องด้วยกัน และคนที่น่าจะไขข้อข้องใจเบื้องต้นได้ในระดับหนึ่ง คงหนีไม่พ้นอย่างกระทาชาย “โบ้” ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ “บัวหลวง” ซึ่งสวมบทเป็นพี่เลี้ยงในการเตรียมตัวเข้าตลาด..จริงเท็จประการใด..ช่วยแจ้งข่าวด้วย!..แล้วเดี๊ยนจะช่วยเป็นกระบอกเสียง เพื่อให้สังคมชาวเผือกสิ้นสงสัยนะออเจ้า!

Back to top button