เรื่องเล่าจากแมงลือ

ก่อนอื่น “โมนิก้า” ขอแสดงความยินดีที่ตลาดหุ้นไทยเด้งกลับขึ้นมาปิดที่ 1,565 จุด บวกไป 41.11 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.96 หมื่นล้านบาท


ก่อนอื่น “โมนิก้า” ขอแสดงความยินดีที่ตลาดหุ้นไทยเด้งกลับขึ้นมาปิดที่  1,565 จุด บวกไป 41.11 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.96 หมื่นล้านบาท เป็นลำดับแรก แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีปมในใจที่ทำให้เดี๊ยนรู้สึกเหมือนกับว่า ไปไม่สุด! หลังประเด็นร้อนหลายอย่างยังคงคลุมเครือต่อไป ส่งผลให้การวิ่งกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,600 จุดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอาจต้องเผชิญกับวิบากกรรมอีกหลายกระทอกน่ะซี

ด้วยเหตุนี้จึงขอแสดงความยินดีกับนักเล่นที่ขายหุ้นทำกำไรได้ทันเวลา เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับไหวพริบของนักลงทุนล้วน ๆ และยังเป็นเกมหุ้นที่ต้องต่อสู้กันแบบ “วันต่อวัน” เดี๊ยนถึงได้ยินข่าวลือมากมายที่เกี่ยวข้องกับหุ้นตัวนั้นตัวนี้ ซึ่งบางข่าวก็พอรับฟังได้ แต่บางข่าวก็รับฟังไม่ได้ จึงอยากให้นักเล่นใช้วิจารณญาณในการรับฟังข่าวสารที่ “โมนิก้า” จะเม้าท์ให้ฟังต่อจากนี้พะย่ะค่ะ

ประเด็นแรกที่อยากจะเม้าท์ถึงคงเป็นแนวทางการแก้ปัญหา “เงินเฟ้อ” กับ “ดอกเบี้ย” ของฝั่งอเมริกา ยังเป็นเผือกร้อนที่ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร? เพราะสิ่งที่พูดกันปากต่อปากมีแต่เรื่องทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติยังไม่มีอะไรสัมฤทธิ์ผลสักอย่าง “โมนิก้า” ถึงมองสถานการณ์ดังกล่าวยังเป็นแรงกดดันที่จะทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกแกว่งตัวหนักต่อไปเรื่อย ๆ หลังมีข่าวเม้าท์ออกจากฝั่งอเมริกาว่า กองทุนโดนรีดีมเยอะมากเจ้าค่ะ

งานนี้จึงเป็นโจทย์ยากสำหรับ “โมนิก้า” โดยตรงในทันที เพราะไม่รู้ว่า การขายหุ้นหนัก ๆ เพื่อเตรียมเงินให้นักลงทุนมาไถ่ถอนจะเกิดขึ้นอีกตอนไหน? แม้ว่าเหตุการณ์ ณ เวลานี้จะดูสงบขึ้นกว่าเดิม แต่บรรดาแมงลือยังกระพือข่าวแบงก์รายใหม่ล้มไม่หยุดหย่อน ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเอ่ยถึงแบงก์ “ซิลิคอนวัลเลย์” เป็นตัวต้นเรื่อง ถัดมาเป็นรายของแบงก์ “ซิกเนเจอร์” และล่าสุดก็มีข่าวลือ “เฟิร์สท์ รีพับลิค” อาจเป็นรายต่อไปนะคะ

เหล่านี้เป็นเรื่องราวที่ทำให้ผู้คนเกิดอาการหวาดหวั่นเป็นช่วง ๆ จนนำไปสู่การขายหุ้นแบบหูดับตับไหม้ แต่พอหายตกใจก็หวนกลับมาซื้อแหลกเหมือนกัน “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นโฟกัสไปยังท่าทีของกองทุนในประเทศมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นนักลงทุนอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดการขึ้นของดัชนีจะยาวแค่ไหน? จึงอยากให้ดูการกลับมาซื้อของกองทุนเป็นจำนวน 1.56 พันล้านบาทมีนัยสำคัญแค่ไหนจ้า!

เหมือนกับเสียงร่ำลือของขบวนการใต้ดินที่มุ่งหวังทุบหุ้น JMART เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเกมยาวที่ต้องติดตามดูให้ดีเป็นพิเศษ เพราะมีขาใหญ่บางกลุ่มกำลังพยายามปล่อยข่าวบางอย่างออกมา ซึ่งทำให้คนที่ได้ฟังเกิดอาการขวัญผวาไปตามกัน แต่พอประเมินความเป็นไปได้ที่กลุ่มขาใหญ่จะเข้ามามีอำนาจเหนือกลุ่มเจ้าของบริษัทนั้น..ไม่น่าใช่เรื่องจริง และการลงมาปิดที่ 21.40 บาท ลบไป 1.60 บาท หรือลงไป 6.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.39 พันล้านบาท ก็เป็นเอฟเฟกต์ระยะสั้นเท่านั้นนะจ๊ะ

ส่วนรายที่น่าเป็นห่วงกลายเป็น SCGP ซึ่งไหลลงสวนทางกับการเด้งแรงของตลาดหุ้นแบบนี้ บรรดาแมงลือเขาเม้าท์กันให้แซ่ดว่า น่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับการปั๊มกำไร? จึงทำให้นักเล่นสถาบันเมินหน้าหนีกันเป็นแถว และเป็นสาเหตุให้ราคาหุ้นทิ้งตัวลงไปทำโลว์ที่ระดับ 47.50 บาท ก่อนจะตีกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 48.75 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 1% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.35 พันล้านบาทแบบนี้..เขาเรียกว่า เสียทรงนะจะบอกให้

*ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” อยากเม้าท์ถึงหุ้น MENA ขึ้นมาทันที เพราะข่าวล่ามาแรงที่บรรดาแมงลือเม้าท์ให้แซ่ดออกมาในทำนองที่ว่า แค่ขาใหญ่ที่ชื่อ มพศ. เข้าไปพบกับใครบางคนที่บริษัท ก็ทำให้ราคาหุ้นวิ่งระเบิดเถิดเทิง ทั้งที่ทุกอย่างยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญแบบนี้ มันทำให้เห็นว่า การยืนปิดที่ระดับ 2.56 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 13.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 134 ล้านบาท น่าจะเป็นการลากไปออกของนะตัวเอง

*ตบท้ายกันที่ข่าวเม้าท์เกี่ยวกับการชิงเก้าอี้เลขา ก.ล.ต. กันสักหน่อยดีกว่า หลังมีเสียงร่ำลือถึงตัวผู้สมัครเที่ยวนี้มีมากถึง 6 คน ซึ่งสร้างความงุนงงให้กับผู้คนในตลาดหุ้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะจำนวนผู้สมัครก่อนหน้านี้มีแค่ 4 คนเท่านั้น แต่จู่ ๆ กลับเพิ่มขึ้นแบบนี้..มันทำให้เห็นว่า เที่ยวนี้วิ่งกันฝุ่นตลบอย่างแน่นอน เพราะแต่ละสายก็มีแบ็คอัพที่ไม่ธรรมดากันทั้งนั้น จึงกลายเป็นเรื่องสนุกที่เม้าท์ยาว ๆ ไปได้เลยคุณแม๊!

Back to top button