หุ้นเทคร่วงยกแผง! DELTA นำดิ่ง 5% เซ่นแรงขายชิปโลกกดดัน

หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ไทยร่วงยกแผง ตามแรงขายหุ้นเทคฯและเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก หลังนักลงทุนกังวลต้นทุน AI และราคาชิปพุ่งกดดันมาร์จิ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 มิ.ย.69) ราคาหุ้นกลุ่มเทค นำโดย บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ณ เวลา 10:22 น. อยู่ที่ระดับ 310.00 บาท ลบ 16.00 บาท หรือ 4.91% ราคาสูงสุด 317.00 บาท ราคาต่ำสุด 309.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,341.28 ล้านบาท

บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA อยู่ที่ระดับ 36.50 บาท ลบ 1.50 บาท หรือ 3.95% ราคาสูงสุด 37.00 บาท ราคาต่ำสุด 36.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 124.19 ล้านบาท

บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE อยู่ที่ระดับ 37.75 บาท ลบ 2.00 บาท หรือ 5.03% ราคาสูงสุด 38.75 บาท ราคาต่ำสุด 38.75 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 74.99 ล้านบาท

บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET อยู่ที่ระดับ 8.80 บาท ลบ 0.30 บาท หรือ 3.30% ราคาสูงสุด 8.90 บาท ราคาต่ำสุด 8.80 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 50.68 ล้านบาท

บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TEAM อยู่ที่ระดับ 4.62 บาท ลบ 0.10 บาท หรือ 2.12% ราคาสูงสุด 4.64 บาท ราคาต่ำสุด 4.60 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.58 ล้านบาท

บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT อยู่ที่ระดับ 3.54 บาท ลบ 0.10 บาท หรือ 2.75% ราคาสูงสุด 3.54 บาท ราคาต่ำสุด 3.54 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 0.70 ล้านบาท

สำหรับแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทย สอดคล้องกับทิศทางหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกที่ยังเผชิญแรงขายต่อเนื่อง หลังนักลงทุนเพิ่มความกังวลต่อระดับ Valuation ที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงต้นทุนการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ หรือ Hyperscalers ซึ่งจำเป็นต้องใช้งบลงทุนจำนวนมากเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตของ AI

แรงขายดังกล่าวกดดันดัชนี Nasdaq ของสหรัฐฯ ปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 4 โดยหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายตัวปรับตัวลดลง แม้หุ้นบางกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับชิปหน่วยความจำยังได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มความต้องการชิป AI ที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ หุ้น Apple ร่วงลงราว 6% หลังบริษัทประกาศปรับขึ้นราคาคอมพิวเตอร์ MacBook และแท็บเล็ต iPad เพื่อชดเชยต้นทุนชิปหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าต้นทุนเซมิคอนดักเตอร์ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในระยะถัดไป ขณะที่หุ้น Nvidia, Microsoft และ Alphabet ต่างปรับตัวลดลงตามแรงขายในกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่

ขณะเดียวกัน CNBC รายงานว่า แรงขายหุ้นเทคโนโลยีในตลาดวอลล์สตรีทได้ลามมายังตลาดหุ้นเอเชีย โดยหุ้นเทคโนโลยีในภูมิภาคปรับตัวลดลงเป็นวงกว้าง นำโดย SoftBank Group ของญี่ปุ่นที่ราคาหุ้นร่วงลงกว่า 11% หลังได้รับแรงกดดันจากความกังวลต่อต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และชิปในเอเชียปรับตัวลดลงถ้วนหน้า โดยหุ้น SK Hynix ร่วงลงกว่า 3%, Samsung Electronics ลดลงเกือบ 3% และ SK Square ปรับตัวลงราว 7% ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่น หุ้น Advantest ร่วงลงกว่า 6% และ Tokyo Electron ลดลงกว่า 2% สะท้อนแรงกดดันต่อหุ้นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมชิปและอิเล็กทรอนิกส์ของภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำบางรายยังปรับตัวสวนทาง โดยหุ้น Micron Technology พุ่งขึ้น 15.7% หลังรายงานผลประกอบการและคาดการณ์รายได้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ เช่นเดียวกับหุ้น Sandisk ที่พุ่งขึ้น 22% ขณะที่ Qualcomm, Western Digital และ Seagate Technology ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามแรงหนุนของกลุ่มชิปหน่วยความจำ

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด หรือ KS ระบุไว้ในบทวิเคราะห์วันที่ 24 มิ.ย.69 ว่า แรงขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า ท่ามกลางระดับ Valuation ที่สูง และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีและ AI

ทั้งนี้ ภาพรวมแรงขายหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกยังเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจกดดัน Sentiment การลงทุนในตลาดหุ้นภูมิภาค รวมถึงหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังมีความอ่อนไหวต่อทิศทางต้นทุนชิป การลงทุนด้าน AI และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด

Back to top button