ขาขึ้นยังชัด!?

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวแคบ ๆ ระหว่างวัน ก่อนจะมีแรงซื้อเข้ามาในช่วงท้ายตลาดโดยเฉพาะกลุ่มแบงก์


เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวแคบ ๆ ระหว่างวัน ก่อนจะมีแรงซื้อเข้ามาในช่วงท้ายตลาดโดยเฉพาะกลุ่มแบงก์และกลุ่มหุ้นที่ราคาลงไปลึกมากแล้วกลุ่มโรงกลั่น-ปิโตรเคมีเข้ามาหนุน จนช่วยผลักดันดัชนีให้ดีดตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,560.20 จุด บวกไป 2.79 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 5.16 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี “โมนิก้า” มองเป็นสถานการณ์ที่ไม่เหนือความคาดหมายอยู่แล้วว่าหลังการเมืองชัดหุ้นไทยต้องไปต่อค่ะ

ดูแล้วเป้าสัปดาห์นี้บริเวณแนวต้าน 1,580-1,585 จุดมีโอกาสให้เห็น แต่ก็จะเห็นราง ๆ ต้านใหญ่สำคัญ 1,600 จุด เพราะเชื่อว่าจะยังคงเก็งกำไรในธีมหุ้นได้รับประโยชน์จากภาครัฐ เพราะเชื่อว่าสัปดาห์นี้ได้เห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี  “ครม.เศรษฐา 1” ใหม่ก่อนจะเข้าทำงานกลางเดือน ก.ย. รวมถึงการประกาศนโยบายรัฐบาล ทำให้มีแรงซื้อกลับมาอย่างกองทุน และอาจเห็นเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาอีกครั้งเจ้าค่ะ

ส่วนในรายของหุ้น CFRESH ล่าสุดราคาหุ้นเด้งขึ้นแรงมาปิดที่ระดับ 2.14 บาท บวกไป 0.26 บาท หรือขึ้นไป 13.83% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 70 ล้านบาท รับเซนติเมนต์บวกหลังมีข่าวว่าจีน-ฮ่องกงห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น เหตุมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ เริ่มปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนกัมมันตรังสีที่ผ่านการบำบัด ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งลึก ๆ “โมนิก้า” มองเป็นการเด้งรับระยะสั้นเท่านั้นเอง เพราะหากดูราคาหุ้นช่วงที่ผ่านมาพฤติกรรมคือขึ้นแรงแล้วลงจ้า

เหมือนกับในรายของหุ้น PSG กระชากขึ้นมาปิดที่ระดับ 1.06 บาท บวกไป 0.05 บาท หรือขึ้นไป 4.95% จนสามารถวิ่งทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันจากแข็งแกร่ง มีโอกาสเห็นสถานีต่อไป 1.11-1.13 บาท “โมนิก้า” ถือเป็นช็อตต่อเนื่องที่น่าจะเล่นกันได้อีกพักใหญ่ ๆ ซึ่งอาจเห็นขาลุยเลยใส่กันไม่เลิก เนื่องจากเริ่มเป็นข้อมูลที่สะท้อนถึงการแกว่งตัวในลักษณะ side way up และภาพดังกล่าวจะชัดเจนขึ้นไปอีกในสัปดาห์นี้เจ้าค่ะ

เช่นเดียวกับรายของหุ้น PTTGC ราคาดีดตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 38 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 4.11% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 913 ล้านบาท เบื้องต้น “โมนิก้า” คาดว่าราคาหุ้นฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป!! ตามผลประกอบการที่หลายฝ่ายประเมินไว้ว่าครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวชัด จากธุรกิจโรงกลั่นจะมีกำไรที่สูงขึ้นตามแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและราคาน้ำมันดิบ ลุ้นเป้าหมายราคาใหม่ที่แนวต้าน 40-40.50 บาท มีแววเข้ามาทุกทีแล้วจ้า

ขณะเดียวกันหุ้น TISCO ประกาศข่าวดี! กลับมาจ่ายปันผลระหว่างกาลในครึ่งแรกปี 2566 เป็นครั้งแรกที่อัตราหุ้นละ 2 บาท ขึ้น XD 6 ก.ย. 66 กำหนดจ่ายวันที่ 21 ก.ย. 66 สร้างความแปลกใจแก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งปกติแล้วจะจ่ายปันผลปีละ 1 ครั้ง แล้วอัตราผลตอบแทนปันผลสูง และเงินปันผลนี้ไม่ใช่เงินปันผลพิเศษอีกด้วย งานนี้ราคาหุ้นรับทันทีขึ้นไปปิดที่ระดับ 102 บาท บวกไป 2.25 บาท หรือขึ้นไป 2.26% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 600 ล้านบาท เดี๊ยนว่ามันเป็นเรื่องที่น่าลุ้นขึ้นต่อแน่ ๆ เพคะ

ปิดท้ายในตัวของหุ้น FSMART ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นรอบใหม่ไปปิดที่ระดับ 9.85 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 3.14% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 67 ล้านบาท สะท้อนชัดว่ามีการดีดตัวกลับจากฐานที่ต่ำ พร้อมวอลุ่มที่เพิ่มขึ้น 4 สัปดาห์ติดต่อกัน อีกทั้งเกิดรูปแบบ Higher High พร้อมค่าสัญญาณ MACD และ RSI ที่ชี้ขึ้นสนับสนุน ดังนั้น “โมนิก้า” ชี้ทิศทางทำให้มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ แต่รอบนี้ต้องดูกันว่าจะไปจบตรงบริเวณ 12.20-12.30 บาทเหมือนรอบก่อนหน้านี้ไหม?..เพคะ

Back to top button