เริ่มไซด์เวย์ ลุ้นฝรั่งกลับ

วานนี้ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้าลงไปอยู่ในแดนลบ ก่อนจะดีดกลับขึ้นมาอยู่แดนบวกอย่างรวดเร็วภายใย 5 นาที แต่ดัชนียังไม่ผ่าน 1,400 จุด


วานนี้ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้าลงไปอยู่ในแดนลบ

ก่อนจะดีดกลับขึ้นมาอยู่แดนบวกอย่างรวดเร็วภายใน 5 นาที แต่ดัชนียังไม่ผ่าน 1,400 จุด

หลังจากนั้นไม่นาน ดัชนีมาอยู่ในแดนลบอีกครั้ง

วันนี้ต้องรีบปิดต้นฉบับ เนื่องจากอยู่ระหว่างการมาเยี่ยมชมกิจการ Julius Bear (พันธมิตรทางธุรกิจของธนาคารไทยพาณิชย์) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ทำให้ยังไม่ทราบว่า ก่อนปิดตลาดภาคเช้า และเปิดตลาดภาคบ่ายหุ้นจะไปต่อหรือปิดในแดนลบ

ก่อนหน้านี้  ได้คุยกับบรรดานักวิเคราะห์ทั้งรุ่นเก๋า และรุ่นใหม่

ต่างมองคล้าย ๆ กันว่า ดัชนีหุ้นไทยหลังจากหลุดระดับ 1,400 จุดลงมา

ดัชนีน่าจะเริ่มแกว่งออกข้าง เริ่มไซด์เวย์

แนวรับ 1,350 น่าจะพอรับไหว

หรือ “เขื่อนไม่น่าแตก” (1,350 จุด)

เหตุผลของการประเมินว่า ดัชนีเริ่มแกว่งออกด้านข้าง หรือมีดาวน์ไซด์จำกัด

มาจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ น่าจะ (ใกล้) หมดรอบขาขึ้น

กรภัทร วรเชษฐ์ จาก บล.กรุงศรี พัฒนสิน บอกว่า ฟันด์โฟลว์ (Fund Flow) เริ่มไหลเข้าพันธบัตร เป็นสัญญาณเริ่มต้นของ “น้ำหนักวงจรดอกเบี้ยสิ้นสุด”

และ Wave 1 เงินจะเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยที่ “ยีลด์” (Yield) สูงก่อน

“ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ต้องลุ้นวันที่ 1 พ.ย.นี้…. หากออกมาพูดชัดเจนขึ้น ว่าหมดรอบแล้ว ก็น่าจะเริ่มเห็นเงินจะกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นในระยะถัดไป“

ส่วนช่วงเช้าของเช้าของวานนี้ นักลงทุนต่างชาติเดินหน้าซื้อพันธบัตรตัวยาว ๆ ในประเทศไทย

ที่สำคัญ คือ “พบสัญญาณค่าเงินบาท” และ “หยวน” เริ่มขยับ และมา Outperform ASIA FX ระยะสั้น

ณ จุดนี้ ทำให้เริ่มจับตา “จุดเปลี่ยนของการจัดสรรเงินลงทุน”

กรุงศรี พัฒนสิน ได้คาดตลาด “ไซด์เวย์“ (Sideways/Up)

ดัชนีมีแนวต้าน 1,396/1,402 จุด และแนวรับ 1,373/1,366 จุด

ส่วนปัจจัยที่นักลงทุนเฝ้าติดตามคือ “สงครามอิสราเอล vs ฮามาส” นั้นเอง

ที่มีทั้งมุมบวก นั่นคือ กาตาร์เตรียมเป็นตัวกลางเจรจา และฮามาสเริ่มยื่นข้อเสนอเจรจา

ส่วนด้านลบ จะเป็นกรณี อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาเพิ่ม

ต่างประเทศอีกปัจจัยคือ เศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้นตัว

ส่วนภายในประเทศ “ความเชื่อมั่น” ภาพรวมยัง “เปราะบาง” และดัชนี SET อยู่ในจุดลงทุน

“เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม” จาก บล.เอเซีย พลัส มีมุมมองคล้ายกัน

ดัชนีจะเริ่มแกว่งออกด้านข้าง

และน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,350-1,400 จุด

และน่าจะอยู่ในกรอบนี้ไปอีกพักใหญ่

ปัจจัยเรื่อง อิราเอลและฮามาส ยังคือ ปัจจัยหลักที่นักลงทุนเฝ้าติดตามกัน

ส่วน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่า ดัชนีมีโอกาสฟื้นตัว จากคาดแนวโน้มตัวเลขเศรษฐกิจของจีนจะฟื้นตัวและของสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง

ทว่า อัพไซด์จะยังถูกจำกัด

เหตุผลจากปัจจัยลบที่ต้องติดตามจากความรุนแรงในตะวันออกกลาง ความกังวลเงินเฟ้อและผลตอบแทนพันธบัตรที่สูง

ที่สำคัญคือ ท่าทีของเฟดที่ยังคงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง

ส่วนคำแนะนำการลงทุน

ให้เลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกแบบเฉพาะตัวจริง ๆ เช่น หุ้นเก็งกำไร จากราคาน้ำมันปรับขึ้นหรือทรงตัวในระดับสูง

เลือก BCP PTTEP TOP

หุ้น Undervalued ซึ่งราคาปรับลงมาจนเข้าเขต Oversold และยังมีพื้นฐานดี อีกทั้ง Valuation ไม่แพง เลือก BDMS CPALL CPN MINT

และหุ้นที่คาดผลประกอบการดีต่อเนื่องไปในไตรมาส 4/66 เลือก AP AOT BLA BCH CENTEL

รวมทั้ง KCE ที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

Back to top button