ORI เลื่อน ‘วัน ออริจิ้น’

ตามแผนการแตกลูกแตกหลานเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ ORI ซึ่งเริ่มเปิดปฏิบัติการตั้งแต่ปลายปี 2564 ด้วยการส่งลูกคนแรก BRI ถูกวางให้เป็นเรือธงด้านอสังหาริมทรัพย์ฯ


ตามแผนการแตกลูกแตกหลานเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ซึ่งเริ่มเปิดปฏิบัติการตั้งแต่ปลายปี 2564 ด้วยการส่งลูกคนแรก บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ถูกวางให้เป็นเรือธงด้านอสังหาริมทรัพย์ฯ แนวราบของกลุ่ม ORI เข้าตลาดฯ ถัดมาปลายปี 2565 เป็นคิวลูกคนรอง บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI ดำเนินธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร เช่น การบริหารนิติบุคคลอาคารชุด

แม้ช่วงเวลานั้นภาวะตลาดอสังหาฯ ไม่ค่อยสู้ดี กำลังซื้อซบเซา ผลพวงจากวิกฤตโควิด แต่ก็ประสบความสำเร็จด้วยดี ทั้ง BRI และ PRI ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน…

ขณะที่แผนถัดไป หมายมั่นปั้นมือจะผลักและดันบริษัทลูกที่ชื่อบริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด (มหาชน) หรือ ONEO เข้าตลาดฯ ภายในปี 2566 นี้

แต่สถานการณ์ดันไม่เป็นใจซะงั้น เนื่องจากสถานการณ์ตลาดทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเกิดความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวม โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่อยู่ในอาการโคม่า 3 วันดี 4 วันไข้ ทำให้ ORI ต้องประกาศเลื่อน ONEO ออกไปอย่างไม่มีกำหนด…

แหม เสียดายจัง…เฮ้อ เสียดายจัง..!!

ที่จริงถ้าไปส่องปัจจัยพื้นฐานลูกคนนี้ของ ORI ก็ไม่ขี้เหร่นะ…ที่ผ่านมาผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง โดยปี 2564 มีรายได้รวม 688.30 ล้านบาท กำไรสุทธิ 304 ล้านบาท ปี 2565 มีรายได้รวม 688.30 ล้านบาท กำไรสุทธิ 312.40 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งแรกปี 2566 มีรายได้รวม 941.40 ล้านบาท กำไรสุทธิ 360.90 ล้านบาท

ONEO เป็นลูกคนที่ 3 ที่ถูกวางให้เป็นหัวหอกในการปั๊มรายได้ที่เป็น Recurring Income หรือรายได้ประจำให้กับกลุ่ม ORI เนื่องจากประกอบธุรกิจพัฒนาและดำเนินกิจการอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ แบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่

1)ธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ เปิดดำเนินการแล้ว 7 โครงการ มีห้องพักรวม 1,861 ห้อง อาทิ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ศรีราชา แหลมฉบัง, โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท กรุงเทพ ทองหล่อ เป็นต้น 2)ธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก เปิดดำเนินการแล้ว 2 โครงการ มีพื้นที่เช่าสุทธิรวม 6,432.5 ตารางเมตร ได้แก่ โครงการพอร์โทเบลโล มอลล์ ศรีราชา และโครงการเนเบอร์ 24

3)ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม เปิดดำเนินการแล้ว 6 ร้าน เช่น GIN Kitchen, Origami, Naori และ 4)ธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการให้บริการด้านการบริหารโครงการในกลุ่มธุรกิจของ ONEO 16 บริษัท และการบริหารจัดการโปรแกรมลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือโปรแกรมแฮมป์ตัน 7 โครงการ อาทิ โครงการแฮมป์ตัน ดีลักซ์ โอเชียน ศรีราชา, โครงการไนท์บริดจ์ สมุทรปราการ ซิตี้ เมเนจ บาย แฮมป์ตัน เป็นต้น

เมื่อ ONEO เจอโรคเลื่อนอย่างนี้ เท่ากับว่าอีก 5 บริษัทลูกที่เข้าคิวรอจะเข้าตลาดฯ ต่อจากนี้ มีอันต้องเจอโรคเลื่อนไปด้วยน่ะสิ…ไม่นับรวมแผนจะนำอีก 8 บริษัทย่อยเข้าตลาดฯ อีกนะ ที่ส่อเค้าจะเลื่อนยาวเหมือนกัน

ก็คงต้องรอให้ภาวะตลาดทุน รวมถึงภาวะตลาดอสังหาฯ ดีขึ้นก่อนละมั้ง…อันนี้เข้าใจได้

ถ้าวัดชีพจรจากธุรกิจโรงแรม ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้แม้จะเข้าสู่ไฮซีซัน แต่อย่าลืมว่านักท่องเที่ยวจีนที่เป็นความหวังของหมู่บ้าน (อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย) ยังกลับมาไม่เต็มที่ ซึ่งปีหน้าก็ไม่รู้ว่าจะเดินทางเข้ามาประเทศไทยมากน้อยแค่ไหน อาจทำให้ ONEO เจอโรคเลื่อนยาวก็ได้นะ…

ใครที่ตั้งตารอการมาของหุ้น ONEO ก็คงต้องร้องเพลงรอไปก่อน…

อ้าว…งั้นเป้าหมายที่จะดันมาร์เก็ตแคปของทั้งกลุ่ม ORI ให้แตะ 1 แสนล้านบาท ภายในปี 2568 ก็แท้งไปด้วยน่ะสิ…

งานนี้คงทำให้ “เฮียพีระพงศ์ จรูญเอก” เซ็งเป็ดสุด ๆ เลยแหละ…

…อิ อิ อิ…

Back to top button