ตลาดที่ยืมจมูกคนอื่นหายใจ

แนวโน้มดัชนีเช้าของทุกวันนี้เราจะได้เห็นนักวิเคราะห์ออกมาคาดเดาตลาดหุ้นไทยว่ามีแนวต้านอยู่ที่ 1,400 จุด และแนวรับอยู่ที่ 1,380 จุด


แนวโน้มดัชนีเช้าของทุกวันนี้เราจะได้เห็นนักวิเคราะห์ออกมาคาดเดาตลาดหุ้นไทยว่ามีแนวต้านอยู่ที่ 1,400 จุด และแนวรับอยู่ที่ 1,380 จุด ซึ่งแสดงให้เห็นกรอบที่แคบของตลาดหุ้น แล้วก็ยังออกมาในรูปที่มีการชี้แนะของนักวิเคราะห์ในรูปปัจจัยความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดในลักษณะที่ว่ามีปัจจัยภายนอกที่สุ่มเสี่ยง โดยมีการพูดถึงปัจจัยภายนอกมากกว่าปัจจัยภายในของตลาดที่มีผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

ปัจจัยภายนอกดังกล่าวอาจจะประกอบด้วยทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นในต่างประเทศโดยเฉพาะเอเชียตะวันออกหรือปัจจัยจากอัตราดอกเบี้ยของเฟดหรือธนาคารกลางสหรัฐที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นและตลาดเงินหรือแม้กระทั่งความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นหลัก ๆ ในเอเชีย

ปัจจัยภายนอกดังกล่าวส่งผลต่อตลาดหุ้นระยะสั้นในลักษณะของสัญญาณทางเทคนิคที่ปล่อยให้ผู้เล่นหลักของตลาดอันประกอบด้วยกองทุนเก็งกำไรต่างชาติหรือฟันด์โฟลว์กับนักลงทุนสถาบันในประเทศเล่นเกมกับสัญญาณทางเทคนิคระยะสั้น ๆ ที่ทำให้ตลาดหุ้นมีความเคลื่อนไหวอย่างไร้ทิศทางในกรอบแคบ ๆ

ภาวะแบบนี้สรุปได้สั้น ๆ ว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังเป็นตลาดที่ยืมจมูกคนอื่นหายใจ ซึ่งคงจะไม่ผิดอะไร

การที่ได้เห็นบทวิเคราะห์ประจำวันดังกล่าวแบบเซ็ง ๆ เช่นเช้าวันวานนี้ก็มีนักวิเคราะห์ออกมาให้ความเห็นว่า Sentiment เชิงบวกตลาดภูมิภาคจะทำให้ตลาดหุ้นไทยรับอิทธิพลของตลาดหุ้นในเอเชียและให้ติดตามผลการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการการเงิน (กนง.) ของแบงก์ชาติซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกทั้งสิ้น ไม่ได้สะท้อนผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนซึ่งทยอยประกาศงบการเงินงวดสิ้นปีอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนนี้แต่อย่างใด

จุดที่น่าสนใจคือสภาวะของตลาดที่ถูกครอบงำโดยฟันด์โฟลว์และนักลงทุนสถาบันในประเทศจะดำรงต่อไปอีกนานขนาดไหน ตราบใดที่ผลสรุปเรื่องการจ่ายเงินปันผลประจำปีของบริษัทจดทะเบียนจะออกมาโดดเด่นเป็นพิเศษจนกระทั่งก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า breaking out หรือ  breaking down จะออกมาขับเคลื่อนตลาดอย่างแท้จริงโดยผ่านราคาหุ้นบลูชิพหลักของตลาดและผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ยังต่ำเตี้ยมายาวนานจากสภาวะอุปทานล้นเกิน

ภาวะที่ตลาดยังยืมจมูกคนอื่นหายใจนี้อาจทำให้นักลงทุนรายย่อยซึ่งเป็นเสน่ห์ของตลาดหุ้นไทยมายาวนานต้องอึดอัดต่อไปจากการที่ต้องทนเห็นหุ้นที่ตนเองถืออยู่มีราคาถดถอยลงโดยไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมว่าเหตุใดจึงต้องทนติดหุ้นและหาทางออกไม่เจอเหมือนถูกต้องคำสาป ทั้งที่หุ้นที่ถืออยู่มีผลประกอบการไม่เลวร้ายลงกว่าเดิมมากนักและบางบริษัทก็ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำแต่อาจจะดีต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดหมายไว้เท่านั้น

ภาวะตลาดหุ้นเช่นนี้อาจจะต้องการพึ่งพาความอึดและอดทนของนักลงทุนรายย่อยมากกว่าปกติ ในขณะที่นักวิเคราะห์ต้องหันมาเรียนรู้เพื่อปรับวิธีการนำเสนอให้มากกว่าการซื้อ ถือ และขาย เพื่อการวิเคราะห์ในเชิงลึกให้มากขึ้น เพราะการลงทุนในตลาดหุ้นนั้นแม้จะมีความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้แฝงเร้นอยู่แต่ก็ดีกว่าการเก็งกำไรในรูปแบบอื่น ๆ

Back to top button