เซตเกมเล่นต่อ

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ “โมนิก้า” มีความฮึกเหิมมากขึ้นกว่าเดิมก็คือ มูลค่าการซื้อขายในช่วงที่ดัชนีถีบตัวขึ้นเกินกว่าระดับ 5 หมื่นล้าน


จุดเปลี่ยนที่ทำให้ “โมนิก้า” มีความฮึกเหิมมากขึ้นกว่าเดิมก็คือ มูลค่าการซื้อขายในช่วงที่ดัชนีถีบตัวขึ้นเกินกว่าระดับ 5 หมื่นล้าน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนสถาบันกลับมาซื้อหุ้นอีกครั้ง จนดัชนีวิ่งกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,400 จุดได้อย่างยอดเยี่ยม และประเด็นดังกล่าวจะตอกย้ำความมั่นใจมากขึ้นไปอีก หากดัชนีสามารถประคองตัวเหนือแนวรับดังกล่าวได้อย่างเหนียวแน่นพะย่ะค่ะ

ฉะนั้นการที่ดัชนีแกว่งตัวไปมาตลอดทั้งวัน ก่อนจะยืนปิดที่ระดับ 1,398.14 จุด ลบไป 4.33 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.84 หมื่นล้านบาท น่าจะเป็นเกมที่ชี้ให้เห็นว่า ตลาดหุ้นกำลังเซตเกมเพื่อรอเวลาเทคออฟขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,450 จุด และเรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่ “โมนิก้า” พยายามย้ำหัวหมุดให้แฟนคลับได้รู้ว่า ดัชนียังมีโอกาสทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง..ส่วนจะเป็นจริงเหมือนที่อีฉันประเมินไว้หรือไม่ ก็ต้องดูกันต่อไปจ้า!

เมาท์ถึงเรื่องที่ต้องติดตามดูกันต่อไปทั้งที “โมนิก้า” ก็อยากเอ่ยถึงอดีตตัวจี๊ดอย่างหุ้น DELTA เพื่อชี้ให้เห็นอาการร่วงลงมาเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ต้นปี มันคืออาการวงแตกอย่างไม่ต้องสงสัย และถ้าย้อนกลับไปดูปีก่อนจะเห็นว่า ราคาหุ้นเคลื่อนตัวในรูป W-Shape บนกรอบ 70-110 บาท เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับประเมินการยืนปิดที่ระดับ 73.75 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 0.67% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 933 ล้านบาท จะมีรูปแบบเหมือนปีก่อนอ๊ะป่าว?

ส่วนรายที่เฉิดฉายสุด ๆ “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น TRUE หลังพุ่งพรวดขึ้นมาปิดที่ระดับ 7.25 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 10.69% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.27 พันล้านบาท ทั้งที่ผลงานปี 66 ขาดทุนบานเบอะ และในปี 67 ก็ส่อแววขาดทุนต่อ ขณะที่ปี 68 เชื่อกันว่า จะกลับมาทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ มันเป็นเกมที่เหมาะต่อการโหนกระแส หรือเป็นเกมในลักษณะตีหัวเข้าบ้าน..ลองไปคิดกันดูนะจ๊ะ

เช่นเดียวกับในรายของเจ้าพ่อรับเหมาก่อสร้างที่มีหนี้ท่วมหัวอย่างหุ้น ITD ก็ฉวยจังหวะทะยานขึ้นอย่างร้อนแรง หลังประกาศอย่างชัดเจนว่า เตรียมขายเหมืองโปแตช ซึ่งทุกคนเดาไปในทางเดียวกันว่า ขายเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ที่มีทั้งในส่วนของ “สถาบัน” และ “หุ้นกู้” จึงเห็นราคาหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 0.94 บาท บวกไป 0.22 บาท หรือขึ้นไป 30.56% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 489 ล้านบาทแบบเท่ ๆ ไงล่ะคะ

หุ้นอีกตัวที่น่าสนใจในมุมของการตามน้ำ “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้นสายการบินต้นทุนต่ำอย่าง AAV หลังไต่เพดานขึ้นมาเรื่อย ๆ แถมในบางวันก็โชว์พลังให้เห็นเป็นครั้งคราว แม้ว่าล่าสุดหุ้นยืนปิดที่ระดับ 2.30 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 324 ล้านบาท โดยยอดเก่าที่เคยเล่นในภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่องอยู่ที่บริเวณ 3 บาทแบบนี้..น่าสนใจไหมล่ะคะ

ส่วนม้ามืดที่มาแรงอย่าง “เจ้าหนูมาลี มีลูกแมวเหมียว” MALEE กระชากขึ้นมาปิดที่ 11.50 บาท บวกไป 1.60 บาท หรือขึ้นไป 16.16% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 549 ล้านบาท ซึ่งเป็นการยืนปิดใกล้กับไฮเดิมที่เคยขึ้นไปบริเวณ 11.40 บาทแบบนี้ มันเป็นเกมที่ออกได้สองหน้าเหมือนกันคือ “ผ่านได้” กับ “ผ่านไม่ได้” แต่ถ้าดูจากสภาพบรรยากาศการลงทุนที่ดูดีขึ้น และแนวโน้มในการทำกำไรที่น่าจะดีขึ้น..มันน่าเสี่ยงดูสักตั้งนะคะ

ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเหลือบมองไปที่น้องกิ๊ฟ GIFT หลังทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงเป็นวันที่ 2 จนราคาหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 5.50 บาท บวกไป 0.66 บาท หรือขึ้นไป 13.64% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 119 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาสูงสุดในรอบหลายปี ผนวกกับปี 66 กลับมาทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ แถมปี 67 มีโอกาสทำกำไรโตเบิ้ลแบบนี้..เชื่อน้องโมหรือยังว่า ยังมีของดีเตรียมออกมาโชว์อีกเพียบ..อิอิอิ

เช่นเดียวกับในรายของ MASTER ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดอง และในปีนี้น่าจะรักษาฟอร์มเก่งได้อีกหนึ่งปี เพราะยังรอปิดดีลอีกหลายเคส “โมนิก้า” จึงไม่เคยติดใจเมื่อเห็นราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 72.75 บาท บวกไป 4.75 บาท หรือขึ้นไป 6.99% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 458 ล้านบาท เพราะรู้ดีว่า “หมอเส” ทุ่มสุดตัวเพื่อผลักดันให้ธุรกิจโตอย่างยั่งยืน และมีลุ้นเห็นหุ้นขึ้นไปหาไฮเดิมที่บริเวณ 80 บาทอีกครั้งนะตัวเอง

Back to top button