สังคมข่าวหุ้น

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ไปต่อไม่ได้ ถือว่าเป็นไปตามคาด ดังนั้นช่วงเวลาแบบนี้ ต้องเล่นแบบเก็งกำไรสั้น ๆ เท่านั้นจริง ๆ


ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ไปต่อไม่ได้ ถือว่าเป็นไปตามคาด ดังนั้นช่วงเวลาแบบนี้ ต้องเล่นแบบเก็งกำไรสั้น ๆ เท่านั้นจริง ๆ และเวลาดัชนีวิ่งขึ้นมา อย่าเผลอไปตามหุ้นที่ปรับขึ้นมาแรง ๆ และมีส่วนต่อการดันดัชนี เพราะมีโอกาสติดดอยได้

แบงก์กรุงไทย KTB ราคาปรับลงสวนกับการจ่ายปันผลสูง นักลงทุนตามหาเหตุผลกันฝุ่นตลบ ซึ่งเท่าที่ไปหาข้อมูลมาได้นั้น เช่น ไตรมาส 4/2566 ตั้งสำรองกรณี บมจ.อิตาเลียนไทย 4-5 พันล้านบาท บวกกับยังไม่ทราบว่าแนวโน้มตั้งสำรองฯ ปี 2567 จะเป็นอย่างไร การใช้แอปเป๋าตังของรัฐบาล “เศรษฐา” ก็ไม่ได้มากเหมือนสมัยรัฐบาลลุงตู่ “ประยุทธ์” และอีกหลายปัจจัย ทำให้นักลงทุนสถาบันที่เข้าไปเก็บหุ้นและมีต้นทุนต่ำกว่า 15 บาท ทยอยปรับพอร์ตขายหุ้นออกมาก่อน

บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก OR ราคาหลุด 18.00 บาท ที่เป็นราคาไอพีโออีกครั้ง ต้องลุ้นกันว่า การลงมารอบนี้จะพุ่งกลับไปได้อีกครั้งหรือเปล่า เพราะหากดูจากปัจจัยบวกที่จะเข้ามาหนุนแล้ว ยังไม่ได้มีอะไรมาก ทั้งค่าการตลาดน้ำมันที่ยังอยู่ระดับต่ำ และธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน ยังไม่ได้สร้างรายได้และกำไรอย่างมีนัยสำคัญมากนัก อัตราการจ่ายเงินปันผลต่อปีคิดออกมาเป็นยีลด์ อยู่ประมาณ 2.9% ยังน้อยกว่าตัวแม่ หรือ PTT

JMART สัญญาณเทคนิคมีแนวรับ บริเวณ 13.50 บาท ส่วนแนวต้านคือ 14.10 บาท หากการกลับตัวรอบนี้ขึ้นมายืนเหนือแนวต้านได้ ก็เป็นไปได้ที่อาจจะหมดรอบขาลง เพื่อขึ้นไปทดสอบระดับ 15.00-15.30 บาทอีกครั้ง ส่วนด้านพื้นฐาน ทางผู้บริหาร “อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา” ยังแสดงความมั่นใจว่า ผลประกอบการปี 2567 จะทำนิวไฮได้ จากการฟื้นตัวของทั้งซิงเกอร์ และ เอสจี แคปปิตอล ส่วนธุรกิจบริหารสินทรัพย์ หรือ JMT นั้นโดดเด่นอยู่แล้ว

เงินติดล้อ TIDLOR ราคาปรับลงน่าจะใกล้จุดแนวรับ 21.00 บาท หากไม่หลุดที่แนวรับ น่าจะเห็นการกลับตัว ล่าสุด ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล CEO ของบริษัทฯ ให้ข้อมูลกับนักวิเคราะห์ ว่า ผลประกอบการปีนี้จะทำนิวไฮ ส่วนสินเชื่อเป้าโต 10-20% คุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือระดับต่ำ 1.4-1.8% ส่วนนักวิเคราะห์เองมองว่า ต้นทุนของเงินติดล้อจะต่ำกว่าหุ้นไฟแนนซ์อื่น ๆ แม้ดอกเบี้ยจะยังไม่ปรับลงตอนนี้ ก็ไม่ได้กระทบแน่นอน ราคาหุ้นที่ปรับลงจาก “แพนิก” จึงเป็นจังหวะเข้าสะสม

บมจ.เซ็นทรัล รีเทลฯ หรือ CRC ฝ่าแนวต้านสำคัญ 25.00 บาท  ขึ้นมายืนเหนือ 36.00 บาท ต้านต่อไปคือ 37.50-38.50 บาท มีลุ้น เพราะแนวโน้มกำไรปีนี้น่าจะเติบโตได้ 10% มาอยู่ที่ 8.8 พันล้านบาท จากธุรกิจในไทยค่อย ๆ ฟื้นตัว และได้ผลบวกจากโครงการ Easy E-receipt ซึ่งคิดเป็น 30% ของยอดขายรวมในช่วง 2 เดือนแรกปี 2567  และยังเป็น high season ต่อเนื่องในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน และเริ่มเห็นการฟื้นตัวในเวียดนามจาก SSSG ที่ติดลบน้อยลง

บล.ทรีนีตี้ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของหุ้นไทยในเดือนนี้จะมีแนวรับแรกอยู่ที่ 1,370 จุด และแนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,340 จุด ในทางกลับกัน ประเมินแนวต้านแรก 1,410 จุด และแนวต้านสำคัญ 1,440 จุด ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำนักลงทุนหาจังหวะเข้าสะสมหุ้นไทยที่บริเวณดัชนี 1,370 จุดหรือต่ำกว่า กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจประจำเดือนนี้ 1. กลุ่มโรงแรม ได้แก่ MINT, CENTEL, ERW 2. กลุ่มค้าปลีก ได้แก่ CPALL, CPAXT, BJC 3. กลุ่มโรงพยาบาล BDMS, BH, BCH, PR9 และ 4. กลุ่มสื่อสาร ADVANC, TRUE

Back to top button