BTG กำไรสำเร็จรูป.!?

ถ้าพูดถึง BTG ภาพจำของนักลงทุนเป็นหุ้นหมู ๆ ไก่ ๆ มีสถานะเป็นทั้งผู้เลี้ยง แปรรูป และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งสัดส่วนรายได้หลักจะมาจากตรงนั้น


ถ้าพูดถึงบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG ภาพจำของนักลงทุนเป็นหุ้นหมู ๆ ไก่ ๆ มีสถานะเป็นทั้งผู้เลี้ยง (มีทั้งฟาร์มของบริษัทและในรูปแบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง) แปรรูปและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งสัดส่วนรายได้หลักจะมาจากตรงนั้น ทำให้งบการเงินค่อนข้างผันผวน..!?

เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ต้นทุนอาหารสัตว์พุ่ง ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด ข้าวสาลี หรือกากถั่วเหลือง ราคาปรับตัวสูงขึ้น ก็จะทำให้มาร์จิ้นของ BTG หายวับไปกับตา ส่งผลต่องบการเงินอย่างมีนัยสำคัญ บางปีถึงขั้นพลิกมาขาดทุนเลยทีเดียว นี่ยังไม่นับรวมปัญหาหมูเถื่อนที่คาราคาซังแก้ไม่ตกอีกนะ

ตอกย้ำด้วยงบปี 2566 ที่พลิกมาขาดทุนสุทธิ 1,398.2 ล้านบาท จากรายได้รวม 109,131 ล้านบาท เทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิ 7,937.7 ล้านบาท จากรายได้รวม 113,262 ล้านบาท

ต้องบอกว่า BTG ก็หัวอกเดียวกับหุ้นหมู ๆ ไก่ ๆ ตัวอื่น ๆ แหละ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ยากที่จะควบคุม..!!

ทำให้แต่ละค่ายพยายามแก้เกมธุรกิจ ด้วยการต่อท่อไปสู่ปลายน้ำ หรือการพัฒนาโปรดักส์มากขึ้น ซึ่งแม้ราคาขายต่อหน่วยจะไม่สูงมาก แต่มีมาร์จิ้นสูงกว่า..!!

เห็นได้จากความเคลื่อนไหวของ BTG ซึ่งมติบอร์ดครั้งล่าสุดไฟเขียวให้รวบหัวรวบหางกินตรงกลางตลอดตัว บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เบทาโกร สเปเชียลตี้ ฟู้ดส์ จำกัด (ABS) ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตอาหารสำเร็จรูป โดยการซื้อหุ้นเพิ่มสัดส่วน 51% แบ่งเป็น ซื้อหุ้นจากกลุ่มบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ โฟรเซ่นฟู้ดส์ จำกัด สัดส่วน 34.3% และซื้อจากบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ โฟรเซ่นฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด สัดส่วน 16.7% รวมมูลค่า 80.05 ล้านบาท

ส่งผลให้ BTG ถือหุ้นใน “อายิโนะโมะโต๊ะ เบทาโกร สเปเชียลตี้ ฟู้ดส์” เพิ่มเป็น 100% จากเดิมถือ 49% และเปลี่ยนสถานะจากกิจการร่วมค้า มาเป็นบริษัทย่อยไปโดยปริยาย…

ชัดเจนว่าเป้าหมายต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารของเบทาโกร เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าตลาดใหม่ในประเทศไทย และตลาดต่างประเทศ อย่างญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง…ก็ถือเป็นอีกโอกาสในการเติบโต

แล้วถ้าไปส่องงบการเงินของ “อายิโนะโมะโต๊ะ เบทาโกร สเปเชียลตี้ ฟู้ดส์” ก็น่าสนใจ เป็นบริษัทที่มีกำไรต่อเนื่องทุกปี โดยปี 2562 มีรายได้รวม 698 ล้านบาท กำไรสุทธิ 55 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 7.99%  ถัดมาปี 2563 มีรายได้รวม 528 ล้านบาท กำไรสุทธิ 41 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 7.82% ส่วนปี 2564 มีรายได้รวม 458 ล้านบาท กำไรสุทธิ 45 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 9.90% และปี 2565 มีรายได้รวม 455 ล้านบาท กำไรสุทธิ 30 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 6.80%

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าอัตรากำไรสุทธิของ “อายิโนะโมะโต๊ะ เบทาโกร สเปเชียลตี้ ฟู้ดส์” จะสูงกว่า BTG ซึ่งปี 2564 อยู่ที่ 0.97% และปี 2565 ที่ 7.16% ในขณะที่ปี 2566 ติดลบ 1.25%

บ่งบอกว่า “อายิโนะโมะโต๊ะ เบทาโกร สเปเชียลตี้ ฟู้ดส์” มีความสามารถในการทำกำไรได้ดีกว่า BTG นั่นเอง

มิน่าล่ะ BTG ถึงอยากเก็บ “อายิโนะโมะโต๊ะ เบทาโกร สเปเชียลตี้ ฟู้ดส์” ไว้คนเดียว…ไม่อยากแบ่งใคร..!? เป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง

เท่ากับว่าต่อไป BTG ก็จะมีกำไรสำเร็จรูปมากขึ้นน่ะสิ..!! ซึ่งน่าจะช่วยลดความผันผวนของงบการเงินได้ไม่มากก็น้อยละมั้ง..??

โอเค…ในแง่ตัวธุรกิจก็ว่ากันไป

ส่วนด้านราคาหุ้น BTG เห็นแล้วเซ้งเป็ด เพราะยังมีสถานะต่ำจองเสมอต้นเสมอปลาย ดังนั้นถ้าใครอยากรู้ว่าจะมีโอกาสได้เห็นหุ้นพ้นจองเมื่อไหร่นั้น..??

เรื่องนี้ แม้แต่ “อับดุลเอ้ย…ถามอะไรตอบได้” ที่ว่าแน่ ก็ไม่น่าจะรู้นะ…

…อิ อิ อิ…

Back to top button