
พาราสาวะถี
เมื่อมีการขยับในจังหวะที่การเปิดรับสมัคร สส.ทั้งแบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ และการแจ้งรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต่อ กกต.งวดเข้ามาทุกขณะ ย่อมทำให้จับอาการของแต่ละพรรคการเมืองได้ว่ามีข้อติดขัดอะไรหรือไม่
เมื่อมีการขยับในจังหวะที่การเปิดรับสมัคร สส.ทั้งแบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ และการแจ้งรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต่อ กกต.งวดเข้ามาทุกขณะ ย่อมทำให้จับอาการของแต่ละพรรคการเมืองได้ว่ามีข้อติดขัดอะไรหรือไม่ กรณีของพรรคภูมิใจไทยจากเดิมที่บอกว่าจะมี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียว แต่ไม่ทันไรเสี่ยหนูก็บอกกับนักข่าวว่า เพิ่ม สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศเข้ามาอีกราย โดยอ้างว่ามีการเข้าฌาณคุยกัน ประมาณว่ามองตาก็รู้ใจทำนองนั้น
เป็นลีลาทางการเมืองในการที่จะเลี่ยงตอบคำถามของนักข่าวต่อประเด็นการเปลี่ยนใจที่เกิดขึ้น ซึ่งพอจะเดาได้ว่า การวางตัวบุคคลเป็นทางเลือกเพิ่ม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ประการหนึ่ง เพราะล่าสุดมีนักร้องไปยื่นต่อ กกต.ให้สอบปมอนุทินกล่าวถึงโครงการคนละครึ่งพลัส บนเวทีเปิดนโยบายของพรรคสีน้ำเงินสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า “ผมยังติดเงินพี่น้องอยู่ 2,400 บาท ขอให้ผมและพรรคภูมิใจไทย ได้มีโอกาสกลับมาใช้หนี้ พวกท่านเถอะครับ” เข้าข่ายสัญญาว่าจะให้หรือไม่
เข้าใจว่า ด้วยพลังสนับสนุนที่แข็งโป๊กประเด็นเช่นนี้คงยากที่จะเล่นงานเสี่ยหนูได้ ดังนั้น หากไม่ใช่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมือง การเพิ่มสีหศักดิ์มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ด้วยหวังว่า จะช่วยเรียกเรตติ้ง สร้างคะแนนนิยมให้กับพรรคได้ จากบทบาทด้านการต่างประเทศที่โต้ตอบกับฝ่ายเขมรบนเวทีระหว่างประเทศ หลังจากที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส กับ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ไม่มีชื่อร่วมเป็นแคนดิเดต ลำพังชื่ออนุทินคนเดียวก็เกรงว่าจะทำเสียงจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่พร้อมหนุน ยังไม่ไว้วางใจมากพอ เพราะมีภาพลักษณ์ของนักเลือกตั้งมากไป
อย่างไรก็ตาม หากมองจากบทบาทการขึ้นเวทีร่วมแถลงนโยบายพรรคสีน้ำเงินของ 3 รัฐมนตรีคนนอกที่ช่วยทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลอายุสั้นดูดีแล้ว ต้องยอมรับว่าทั้งหมด ได้เข้าสู่โหมดการเป็นนักการเมืองแบบเต็มตัวแล้ว อยู่ที่ว่าจะยังคงความเป็นนักบริหารมืออาชีพที่ภาคเอกชน และชนชั้นอีลิทไว้เนื้อเชื่อใจ หรือ ถูกหัวโขน และอำนาจทางการเมืองกลืนความเป็นตัวตนที่ผ่านมาของตัวเองไปเสียหมด เหล่านี้ต้องดูในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ที่ทั้งหมดจะต้องไปช่วยพรรคต้นสังกัดเรียกคะแนนนิยม
ขณะที่พรรคสีน้ำเงินอยู่ในโหมดขยับ เขย่าเพื่อให้เกิดความลงตัว พร้อมสู้ศึกกับคู่แข่งสำคัญอย่างพรรคประชาชนและเพื่อไทยมากที่สุด พรรคของคนบ้านในป่ากลับระส่ำระสาย หลัง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประกาศถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตนายกฯ แล้วดันให้ ตรีนุช เทียนทอง เลขาธิการพรรคขึ้นมาเป็นมือวางอันดับ 1 แทน เป็นผลทำให้ ธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล ที่ถูกวางไว้เป็นลำดับ 2 ตั้งแต่ต้นได้ไขก๊อกจากทั้งความเป็นรองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ รวมทั้งสมาชิกพรรค กลับไปเป็นนักวิชาการอิสระเหมือนเดิม
สะท้อนถึงภาพความเชื่อมั่นภายในพรรคที่ยึดถือตัวบุคคลเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ยึดโยงกับนโยบาย หรือเป้าหมายของพรรค การการันตีว่ากำลังมีปัญหาภายในพรรคฟังจาก เสกสกล อัตถาวงศ์ ที่รีบลาออกจากสมาชิกพรรคและไปยื่นสมัครเป็นสมาชิกพรรคโอกาสใหม่ทันที หวังให้ทันการเลือกตั้ง ตามมาด้วย วัน อยู่บำรุง ซึ่งลาออกและขอเว้นวรรคทางการเมือง 1 สมัย พร้อมคำพูดที่ว่า “พรรคผมตอนนี้มีปัญหา วันนี้ปัญหามันหนักเลย” น่าจะทำให้เห็นแล้วว่าพรรคของคนบ้านในป่าที่เคยรุ่งเรืองในยุครัฐบาลผู้นำเผด็จการสืบทอด น่าจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ถึงขั้นล่มสลายเร็วกว่าที่คาด
จะถือเป็นเรื่องปกติก็ว่าได้สำหรับการเมืองเมื่อเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง บรรดานกรู้ นกแลทั้งหลายมักจะมองหาที่หมายใหม่ซึ่งเต็มไปด้วยพลังอำนาจ และกระสุนที่พร้อมจะสู้ศึก วันนี้ที่เนื้อหอม มีสิ่งที่ต้องการเตรียมไว้ให้ ผนวกกับบารมีที่เบ่งบานสุด ๆ ย่อมหนีไม่พ้นพรรคสีน้ำเงิน จึงทำให้ พวกที่คิดเร็ว ทำเร็ว พากันไปกระโดดเกาะขบวนกันเป็นแถว ส่วนพวกที่กลับตัวช้าก็ต้องยอมรับชะตากรรม ไม่ไปต่อก็ต้องพักดีกว่าดันทุรังแล้วเจ็บตัวภายหลัง
กับระยะเวลาที่เหลืออีกแค่อึดใจเดียวก็จะเปิดรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขตในวันพรุ่งนี้ (27 ธันวาคม) จึงเป็นเหตุผลว่า พวกที่กระโดดหนีจากพรรคของผู้ที่เคยใช้ใจบันดาลแรง จึงไม่สามารถที่จะไปหาที่หมายใหม่ได้ โดยเฉพาะพรรคใหญ่ การเลือกที่จะเว้นวรรคพักผ่อนเหมือนอย่างวันจึงเป็นทางเลือกที่ต้องจำใจ ขณะเดียวกัน ปัญหาสุขภาพในการไม่ไปต่อของพี่ใหญ่อดีตแก๊งบูรพาพยัคฆ์นั้นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น ความจริงเป็นเรื่อง แรงกดดันจากคนกันเอง ที่ไม่ต้องการให้ไปแย่งคะแนนเสียงของพรรคที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมถือหางอยู่ นั่นจึงทำให้เหล่ากุนซือของคนบ้านในป่าต่างหันไปสนับสนุนพรรคใหญ่ที่เป็นคู่แข่งทันที
ฟากพรรคสีส้มจนถึงขณะนี้ พิจารณาจากตัวผู้สมัคร สส.ทั้งสองระบบ ประกอบ 200 นโยบายที่นำเสนอ มองเห็นได้แค่ความเป็นคนรุ่นใหม่ที่ถนัดใช้เทคโนโลยี และโซเซียลมีเดียมาสร้างความได้เปรียบเท่านั้น กระแสที่เคยมีหดหายไปไม่น้อย ผลพวงจากการเป็นฝ่ายค้ำ นั่นเอง จึงทำให้โอกาสที่จะชนะแบบถล่มทลายเป็นไปได้ยาก สแกนแค่พื้นที่กทม.จากที่เคยกวาด 32 ที่นั่งเหลือให้เพื่อไทยแค่เก้าอี้เดียว หนนี้อาจเสียหายหนัก ทั้งจากคู่แข่งสำคัญอย่างภูมิใจไทยและพรรคนายใหญ่ ที่มองข้ามไม่ได้คือประชาธิปัตย์ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมากุมบังเหียนจะเป็นตัวสอดแทรกที่สำคัญ
สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บอกแล้วว่า เขมรไว้ใจไม่ได้ การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปหรือจีบีซีที่จันบุรี ทำท่าจะล่มปากอ่าว เพราะระหว่างตั้งวงถกบนลีลาซ่อนเงื่อนไขของ เตีย เซรยฮา รองนายกฯและรัฐมนตรีกลาโหมเขมร ปรากฎว่า ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดเป็นรายที่ 9 ที่ปราสาทตาควาย เหตุการณ์เป็นไปแบบนี้ไม่มีทางที่จะทำให้การหยุดยิงเกิดขึ้นได้ ดังนั้น การจะมีข้อสรุปร่วมกันจนทำให้รัฐมนตรีกลาโหมทั้งสองประเทศมาร่วมลงนามในวันที่ 27 ธันวาคมนั้น จึงเป็นไปได้ยากด้วยเช่นกัน
อรชุน