วันเดียว กลต. สอย 48 คน..พันล้าน

จริง ๆ อีฉันไม่อยากพูดถึงสำนักงาน ก.ล.ต. สักเท่าไหร่? เพราะเป็นหน่วยงานที่ไม่ค่อยรับฟังความเห็นของผู้คนในแวดวงตลาดหุ้นที่ต้องการเห็นการพัฒนาตลาดหุ้นมากกว่าเรื่องอื่น ๆ


จริง ๆ อีฉันไม่อยากพูดถึงสำนักงาน ก.ล.ต. สักเท่าไหร่? เพราะเป็นหน่วยงานที่ไม่ค่อยรับฟังความเห็นของผู้คนในแวดวงตลาดหุ้นที่ต้องการเห็นการพัฒนาตลาดหุ้นมากกว่าเรื่องอื่น ๆ แถมตลอดทั้งปีที่ผ่านมาก็เห็นกันว่า มีเสียงบ่นดังเป็นระยะจากเจ้าของธุรกิจ รวมถึงที่ปรึกษาการเงินก็อึดอัดใจมาก ขณะที่โบรกเกอร์แทบไม่มีปากมีเสียงอะไรเลย ส่งผลให้บรรยากาศการทำงานมาคุมากขึ้นเรื่อย ๆ นะจ๊ะ

ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่แมงลือนินทาลับหลังเป็นระยะ จนสัปดาห์ที่แล้ว ก.ล.ต. เกิดความขยันผิดปกติส่งท้ายปี 68 ขึ้นมาเสียอย่างนั้น หลังประกาศลงดาบกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับ “อินไซด์” และ “ปั่นหุ้น” มากถึง 5 เคส ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมากในสายตาคนทั่วไป และเป็นเรื่องที่กระทบกับความรู้สึกของผู้คนในตลาดหุ้นอย่างแรง ซึ่งทำให้ภาพของตลาดหุ้นดูแย่ลงไปเป็นกองเจ้าค่ะ

เนื่องจากตลอดปีที่ผ่านมามีแต่เรื่องแย่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ “เจ๊แอนเชิดเงิน” หรือ “หมอบุญโกงเงิน” ล้วนเป็นเรื่องที่ทำให้นักลงทุนมีมุมมองที่ไม่ดีต่อตลาดหุ้นไทย และรู้สึกเข็ดขยาดกับการเล่นหุ้น เพราะไม่รู้ว่า ตัวเองจะโดนแจ็คพอตเมื่อไหร่? และสุดท้ายหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ทำอะไรเชื่องช้าไปหมดทุกอย่าง จึงกลายเป็นเผือกร้อนที่ย้อนเข้าตัวหน่วยงานดังกล่าวเต็ม ๆ พะยะค่ะ

งานนี้ “โมนิก้า” ไม่ได้ห้ามการทำงานของ ก.ล.ต. ในการตรวจสอบ หรือลงดาบใครทั้งสิ้น แต่อยากให้หน่วยงานดังกล่าวทำอะไรที่เหมาะสมกับเหตุการณ์สักนิดหนึ่ง! เพราะการลุกขึ้นมาฟันฉับแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย โดยผู้ที่กระทำความผิดมีมากถึง 48 คน และต้องจ่ายค่าปรับสูงถึงระดับ 1.13 พันล้าน มันทำให้คนบางกลุ่มแปรความไปในทำนองที่ว่า ต้องการกลบข่าวฉาวที่พัวพันกับ “ประธาน ก.ล.ต.” นะซี

ที่สำคัญคือ อีฉันอยากให้ทุกคนเข้าใจเรื่องเหรียญมีสองด้าน เพราะสิ่งที่หน่วยงานนี้กำลังเดินหน้าทำแบบสุดซอยเขาเรียกว่า “กวาดล้าง” จนหลงลืมเรื่องการ “สร้างสรรค์” บริษัทจดทะเบียนให้มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องในแวดวงตลาดหุ้นกำลังโหยหาอย่างมาก..ไม่ใช่เอะอะ ก็ฟันลูกเดียว จนไม่มีใครกล้าทำอะไรทั้งนั้น หลังหน่วยงานของ “เจ๊พรอนงค์” เริ่มมีช่องว่างในการทำงานกับหน่วยงานอื่น ๆ มากขึ้นไงล่ะคะ

ประเด็นตรงนี้ทำให้ไอพีโอของตลาดหุ้นไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังที่ปรึกษาการเงินโดนหน่วยงานของคุณน้องแบนเป็นปี ทั้งที่ในขั้นตอนยื่นไอพีโอควรเป็นการให้คำชี้แนะมากกว่าลงโทษ ขณะเดียวกันถ้ามองในมุมของมาร์เก็ตเมคเกอร์ที่โดนสำนักงานดังกล่าวสอยร่วงกันเป็นพรวน ก็เป็นอีกผลกระทบหนึ่งที่ทำให้ราคาหุ้นน้องใหม่หลุดจองกันเป็นแถวแบบนี้..ปีนี้จะมีหุ้นเข้าตลาดถึง 10 ตัวไหมหนอ?

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” เชื่อว่า หาก ก.ล.ต. เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการยืนยันจะเป็น “สายเหยี่ยว” เหมือนเดิม และไม่พยายามปรับตัวมาในทาง “สายพิราบ” เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนให้ดีขึ้น อีฉันก็เชื่อว่า คงไม่มีใครกล้าขยับตัว เพื่อทำอะไรมากกว่าปีที่ผ่านมา และดีสุดก็คงเป็นแค่การยื่นไฟลิ่งทิ้งไว้ก่อน แถมที่นับได้ตอนนี้ก็มีไม่ถึง 10 ตัว..แล้วโบรกฯ จะอยู่กันอย่างไรเนี่ย!

เนื่องจากวอลุ่มเทรดก็ต่ำเรี่ยดิน จนต้องเลิกจ้างมาร์เกตติ้งกันเป็นแถว และยังมาเจอกับเรื่องไอพีโอชะลอเข้าตลาดหุ้นกันเป็นพรึ่บ แล้วโบรกเกอร์จะเอาอะไรกิน แถมปีนี้ก็พูดกันเยอะขึ้นว่า “เผาจริง” เพราะเศรษฐกิจจะแย่หนักกว่าเดิม ซึ่งดูได้จากตัวเลขจีดีพีทั่วโลกส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 5% แต่ตัวเลขบ้านเราอยู่ในระดับ 2% เป็นเวลาหลายปี ซึ่งหมายความว่า เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงถดถอยแบบนี้..ไอ้หวังตายแน่..ตายแน่ไอ้หวัง

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button