5 เคสกล่าวโทษผู้บริหาร-แก๊งปั่นหุ้น ก.ล.ต.สะท้อนบทเรียนการลงทุนปี69

ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดปี 2568 ก.ล.ต. ออกมา “กล่าวโทษ” ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนและกลุ่มบุคคลปั่นหุ้นพร้อมกันถึง 5 คดีในช่วงเวลาเดียวกัน


ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดปี 2568 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกมา “กล่าวโทษ” ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนและกลุ่มบุคคลปั่นหุ้นพร้อมกันถึง 5 คดีในช่วงเวลาเดียวกัน จนกลายเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนทั้งแวดวงตลาดทุน

ในสายตาคนทั่วไป ข่าวเหล่านี้อาจให้ความรู้สึกสะใจ เพียงไม่กี่นาทีที่ได้เห็นผู้กระทำผิดถูกเปิดโปง แต่สำหรับนักลงทุนรายย่อยแล้ว เหตุการณ์นี้อาจมีความหมายลึกกว่านั้นมาก เพราะมันคือ บทเรียนราคาแพงที่ตลาดและหน่วยงานกำกับตั้งใจส่งถึงทุกคน ก่อนก้าวเข้าสู่ปีใหม่

-ตลาดหุ้นไม่ใช่พื้นที่ “กำไรแล้วจบ”

ช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มตระหนักชัดว่า ตลาดหุ้นไม่ใช่สนามที่ใครจะทำอะไรก็ได้ตามใจ แค่ซื้อขายเอากำไรแล้วเดินจากไปโดยไม่เหลือร่องรอย

เบื้องหลังกราฟเขียว-แดงที่วิ่งขึ้นลงทุกวัน ยังมีกติกาที่จริงจังและมีผลบังคับใช้จริง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ข้อมูลภายใน การสร้างราคาหลอก การชี้นำราคาหุ้น หรือพฤติกรรมที่บิดเบือนกลไกตลาด ทุกคำสั่งซื้อ-ขาย ทุกวอลุ่มที่ไหลเข้าออก ล้วนทิ้งร่องรอยไว้เสมอ และหากเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน วันหนึ่งมันอาจย้อนกลับมาหาคนที่คิดว่าตัวเองแนบเนียนพอ

-กระแสที่เคยดีอาจกลายเป็น “กับดัก”

หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่รายย่อยควรเรียนรู้จากคดีเหล่านี้ คือ อันตรายของการไล่ตามกระแส

ข่าวจากไลน์กลุ่ม คำบอกเล่าปากต่อปาก หรือประโยคคุ้นหูอย่าง

“หุ้นตัวนี้กำลังจะมีเจ้าเล่น”

“ตัวนี้กำลังจะไป”

เคยฟังดูน่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความหวัง แต่เมื่อข่าวคดีปรากฏ ชื่อหุ้นที่เคยถูกพูดถึงด้วยความฝัน กลับกลายเป็นชื่อที่ไม่มีใครอยากเอ่ยถึงอีกต่อไป

สำหรับบทเรียนคือ ข้อมูลที่ไม่มีที่มาแน่ชัด อาจมีราคาที่ต้องจ่ายแพงกว่าที่คิด

-พฤติกรรมราคาที่ “ดูง่าย” มักซ่อนความเสี่ยง

ราคาหุ้นที่พุ่งแรงโดยไม่มีข่าว วอลุ่มทะลักในเวลาอันสั้น หรือรูปแบบขึ้นเร็วลงแรง ที่เคยถูกมองว่าเป็น “โอกาสทอง” วันนี้กลับถูกมองใหม่ว่าเป็น สัญญาณเตือน

หลายภาพราคาเหล่านี้เชื่อมโยงกับคดีที่เกิดขึ้นจริงในอดีต และกำลังย้ำเตือนนักลงทุนว่า

สิ่งที่ดูง่ายเกินไปในตลาด มักซ่อนความไม่เป็นธรรมไว้ข้างหลัง

-ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

อีกภาพลวงตาที่กำลังแตกสลาย คือความเชื่อว่า “บางคน บางกลุ่ม อยู่เหนือกฎหมาย” ไม่ว่าจะเป็นผู้มีชื่อเสียง กลุ่มทุน หรือคนที่ตลาดเคยคิดว่า “มีแบ็กดี”

การที่หน่วยงานกำกับฯ ออกมาเดินเกมอย่างจริงจังในช่วงเวลาเดียวกัน ส่งสัญญาณชัดว่า กติกานี้ใช้กับทุกคน

แม้การยึดกติกาอาจไม่ทำให้รวยเร็ว แต่สำหรับนักลงทุนตัวเล็ก ๆ มันช่วยให้ “รอด” ได้ในระยะยาว

การเข้าใจกราฟเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องเข้าใจกฎหมายด้วย

ในยุคที่หลายคนใฝ่ฝันถึงความร่ำรวยข้ามคืน เหตุการณ์ก่อนปีใหม่ยังเตือนให้เห็นว่า ความรู้ด้านกฎหมายตลาดทุนไม่ใช่เรื่องไกลตัว

การเทรดตามคำสั่งคนอื่น การใช้ข้อมูลที่ไม่ควรรู้ หรือการหลงเชื่อข่าววงใน อาจพาให้ตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่ตั้งใจ

การรู้ว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ สำคัญพอ ๆ กับการอ่านงบหรือดูกราฟเทคนิค

-ของขวัญก่อนปีใหม่ สำหรับคนที่ตั้งใจเรียนรู้

เมื่อมองภาพรวม การกล่าวโทษหลายคดีในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้ตลาดหุ้นน่ากลัว แต่เหมือนการ “จัดระเบียบครั้งใหญ่” ที่กำลังบอกว่า เส้นทางลัดกำลังแคบลง

ในขณะที่คนที่ลงทุนอย่างมีวินัย ใช้ข้อมูลจริง และเคารพกติกา กำลังได้เปรียบมากขึ้น

บทเรียนนี้อาจเจ็บในระยะสั้น แต่สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ตั้งใจเรียนรู้ มันอาจเป็น ของขวัญที่มีค่าที่สุดก่อนก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ในตลาดหุ้นที่มีแต่พายุ และยากขึ้นกว่าเดิมทุกปี

อึ้งย้ง

Back to top button