MINT เด่น นักเที่ยว-ปัจจัยบวกเฉพาะตัวหนุน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายรายได้จากภาคท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ไว้ที่ 2.78-3 ล้านล้านบาท


เส้นทางนักลงทุน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายรายได้จากภาคท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ไว้ที่ 2.78-3 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 34.9-36.7 ล้านคน และไทยเที่ยวไทย 205-208 ล้านคน-ครั้ง โดยเน้น “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” เพื่อให้ใช้จ่ายสูงขึ้น

ดังนั้นบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT จึงถูกจับตามองว่าจะเป็นหุ้นในกลุ่มโรงแรมที่น่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุด นอกเหนือจากปัจจัยบวกเฉพาะตัวของ MINT เอง

โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา MINT ได้รับอานิสงส์จากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงได้สนับสนุนกำไรของบริษัท ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 รายงานกำไรสุทธิ 2,553 ล้านบาท ขยายตัว 1,609% จากงวดไตรมาส 3 ปี 2567 ที่ 149 ล้านบาท หนุนจากผลการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารฟื้นตัว รวมถึงผลขาดทุนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงจากสัญญาอนุพันธ์ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

รายได้จากการดําเนินงานของ MINT ในไตรมาส 3 นี้ อยู่ที่ 41,568 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ซึ่งกลุ่มธุรกิจโรงแรมในยุโรป มัลดีฟส์ และออสเตรเลีย มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

รายได้ของธุรกิจอื่น ๆ ได้รับแรงหนุนจากยอดขายของ Anantara Vacation Club และส่วนแบ่งกําไรจาก Pop Mart ที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของธุรกิจร้านอาหารการเติบโตในสิงคโปร์เป็นผลจากการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ในขณะที่ออสเตรเลียได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างสรรค์ และยอดขายเมล็ดกาแฟที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผลการดําเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 รายได้จากการดําเนินงานของ MINT เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ มาอยู่ที่ 121,664 ล้านบาท รับแรงหนุนจากทั้งธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร

ธุรกิจโรงแรมเติบโตจากอัตราการเข้าพัก (Occupancy rate) และราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ที่สูงขึ้น ในขณะที่ธุรกิจร้านอาหารได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์การขายที่ได้รับผลตอบรับอย่างดี และการขยายเครือข่ายสาขาในบางประเทศ

กําไรจากการดําเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคา เติบโตใกล้เคียงกับรายได้ โดยเพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 32,957 ล้านบาท

ทั้งนี้ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการบริหารจัดการงบดุลอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กําไรสุทธิจากการดําเนินงานสําหรับ 9 เดือนแรกของปี 2568 พุ่งขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 6,229 ล้านบาท

MINT ยังคงถูกเลือกให้เป็น Top Picks ของกลุ่มฯ เนื่องจากแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2568 ยังคงส่งสัญญาณในทิศทางที่ดีต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดกำไรไตรมาส 4 นี้จะเพิ่มขึ้นจากโมเมนตัมยอดจองห้องพักในเดือนธันวาคมที่แข็งแกร่ง และรับปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวของรัฐบาล รวมถึงการเข้าสู่ช่วงไฮซีชั่น (High Season) ในช่วงที่เหลือของปี ตลอดจนรับประโยชน์จากการทยอยเปิดดำเนินการของโรงแรมที่ปิดปรับปรุงก่อนหน้านี้

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ชี้ว่า กําไรปกติของ MINT จะเติบโตเล็กน้อยเมื่อเทียบกับงวดปีก่อน ได้รับแรงหนุนจากการดําเนินงานโรงแรมที่เติบโต โดยเฉพาะในประเทศไทยหลังจากปรับปรุงโรงแรมแล้วเสร็จ แต่ประโยชน์จากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงจะลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม กําไรปกติไตรมาส 4 จะลดลงจากไตรมาสก่อนจากพอร์ตโรงแรมในยุโรปที่อ่อนแอตามฤดูกาล

เช่นเดียวกับบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มองไปงวดไตรมาส 4 ปี 2568 ว่า MINT มีโอกาสอัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนจะเด่นขึ้นภายใต้ค่าเงินบาทต่อยูโรพลิกกลับมาอ่อนค่า 4% เทียบปีก่อน หนุนต่อการดําเนินงานของโรงแรมใน EU ในรูปเงินบาท ประกอบกับโรงแรมไทยที่มีมาร์จิ้นสูง กลับมาเปิดให้บริการ (ค่าห้องพักหลังปรับปรุงเพิ่ม 10-20%) จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวในระยะถัดไป

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดกำไรหลักไตรมาส 4 ปี 2568 จะเพิ่มขึ้นทั้งจากงวดปีก่อนและไตรมาสก่อน โดยหลัก ๆ มาจากผลการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมที่แข็งแกร่งและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง

MINT เป็นหุ้น Top Picks ของกลุ่มฯ ที่มีโบรกเกอร์ถึง 14 ค่ายให้คำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาสูงสุด 38 บาท ขณะที่ราคาต่ำสุด 28 บาท

Back to top button