สังคมข่าวหุ้น

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ (3 ก.พ. 2569) ปิดที่ 1,336.11 จุด บวก 14.69 จุด หรือ 1.11% มูลค่าการซื้อขาย 57,100.72 ล้านบาท


ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ (3 ก.พ. 2569) ปิดที่ 1,336.11 จุด บวก 14.69 จุด หรือ 1.11% มูลค่าการซื้อขาย 57,100.72 ล้านบาท โดยภาวะการซื้อขายภาคบ่ายดัชนียังแกว่งตัวในแดนบวกต่อเนื่องจากภาคเช้า หลังสหรัฐฯ กับอิหร่านส่งสัญญาณพร้อมเจรจา ขณะที่มีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นรายตัวที่คาดหวังว่าผลประกอบการจะออกมาดี เพราะช่วงนี้บริษัทจดทะเบียนได้ทยอยประกาศงบออกมา โดยหุ้น DELTA ราคายังปรับตัวขึ้นเหมือนกับภาคเช้า แต่ระดับการปรับขึ้นลดลงเล็กน้อย และหุ้นบิ๊กแคปหลายตัวราคาก็ยังปรับขึ้น เช่น CPALL, TRUE และ AOT เป็นต้น

บล.กรุงศรี (KSS) มองบวกหลังเลือกตั้ง จากความชัดเจนของรัฐบาลผสมที่มีเสถียรภาพขึ้น คาดมากกว่า 275 เสียง นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นทำได้ทันที หนุนฟันด์โฟลว์ไหลกลับ คาด 3 เดือนดัชนีทะลุ 1,400 จุด “ภูมิใจไทย” แกนนำ ดันสูงสุด 1,450 จุด ชูกลยุทธ์เน้นธีมลงทุนอิงนโยบายพรรคแกนนำเป็นหลัก แนะสะสมหุ้น “Election Plays” ธีมการบริโภคในประเทศ และ Infra Tech/Wellness ที่เป็นจุดร่วมของทุกพรรค ชี้เป้า 6 หุ้นเด่น ADVANC, GULF, AMATA, BDMS, CENTEL, CPALL

บมจ.ไทยรับประกันภัยต่อ (THRE) ชนะคดี! บริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศ อนุญาโตตุลาการตัดสินชี้ขาดให้คู่กรณีจ่ายชำระเต็มจำนวน 140 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย รวมค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอีกส่วนหนึ่ง “THRE” เดินหน้าดำเนินการ พร้อมเรียกชำระเงินตามคำตัดสิน

WHAUP ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ “รีเอ็กซ์ โปรดักส์ ” ผู้ผลิตเครื่องสำอางและรับสร้างแบรนด์เครื่องสำอางแบบครบวงจร ติดตั้ง Solar Rooftop ขนาด 1 MWp ที่สาขานนทบุรีและระยอง รวมพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร คาดติดตั้งแล้วเสร็จ และ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ส.ค. 2569 ลดต้นทุนพลังงานกว่า 1.9 ล้านบาทต่อปี ลดการปล่อยคาร์บอนรวมกว่า 15,400 ตัน ใน 30 ปี

ก.ล.ต.ปรับปรุงเกณฑ์กำกับดูแลธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ (outcome-based) เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจ ต้องมีกลไกกำกับดูแลการให้บริการที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ ราคา และการดูแลลูกค้า โดยคณะกรรมการบริษัทต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง สำหรับหลักเกณฑ์ใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2569 เป็นต้นไป

Bitget เผยแรงเทขายทองคำที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการลดการเก็งกำไรช่วงสั้น ความต้องการเพื่อเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงยังแข็งแกร่ง หนุนราคายืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ส่วนบิตคอยน์ยังสามารถแตะ 150,000-180,000 ดอลลาร์ ได้ หากเม็ดเงินนักลงทุนไหลกลับมาสินทรัพย์เสี่ยง พร้อมชี้วอลุ่มเทรดสินทรัพย์ดั้งเดิมในแพลตฟอร์ม Bitget สูง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน โดยทองคำได้รับความนิยมสูงสุด

ดวงดี

Back to top button