ส่งออกเกษตร เม.ย. พลิกบวก 17.9% รอบ 8 เดือน ทุเรียนพุ่ง 109.5%

“ศุภจี” เผยมาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุกเริ่มเห็นผล ดันส่งออกสินค้าเกษตรเดือน เม.ย.2569 กลับมาขยายตัว 17.9% หลังติดลบต่อเนื่อง 8 เดือน ขณะทุเรียนส่งออกพุ่ง 109.5% เร่งเดินหน้าแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างสินค้าเกษตรทั้งระบบ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 พ.ค.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า มาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเข้าไปดูแลตั้งแต่ช่วงก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด และระยะผลผลิตออกสู่ตลาด เริ่มสะท้อนผลในเชิงบวกจากมาตรการที่ได้ดำเนินการ

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งจัดกิจกรรมเชิงรุกเพื่อผลักดันการส่งออกผลไม้ไทยไปยังตลาดต่างประเทศก่อนฤดูกาลผลิต รวมถึงส่งทีมไปเจรจากับด่านในลาว เวียดนาม และจีน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ ตลอดจนมอบหมายทูตพาณิชย์ในจีนประสานผู้นำเข้า ซึ่งมียอดสั่งซื้อทุเรียนในปีนี้ประมาณ 1-1.1 ล้านตัน

นอกจากนี้ ยังมอบหมายทูตพาณิชย์ในเวียดนาม ไต้หวัน เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และออสเตรเลีย เร่งหาตลาดส่งออกมังคุดได้ 1.5 แสนตัน รวมถึงดำเนินกิจกรรมส่งเสริมตลาดผลไม้ไทยในจีน ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ตลาดศักยภาพ อาทิ เกาหลีใต้และอินเดีย รวมถึงตลาดส่งเสริมภาพลักษณ์ เช่น ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ สหภาพยุโรป และเอเชียกลาง พร้อมเปิดตัวช่องทางจำหน่ายทุเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในต่างประเทศ ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อผลไม้ไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

โดยผลจากมาตรการดังกล่าว ส่งผลให้การส่งออกสินค้าเกษตรเดือนเมษายน 2569 เพิ่มขึ้น 17.9% หลังจากติดลบต่อเนื่องมา 8 เดือน ขณะที่ผลไม้สำคัญหลายรายการขยายตัวสูง ได้แก่ ทุเรียน เพิ่มขึ้น 109.5% เงาะ เพิ่มขึ้น 92.8% และลิ้นจี่ เพิ่มขึ้น 70% สะท้อนถึงความต้องการผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง

สำหรับตลาดในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ตลาดกลาง ตลาดสด แพลตฟอร์มออนไลน์ และผู้ประกอบการเอกชน จัดกิจกรรมจำหน่ายผลไม้ รวมถึงจัดบุฟเฟต์ผลไม้ เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน ยังมีการนำผลไม้ไปจำหน่ายผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” ณ จุดที่ว่าการอำเภอ ไปรษณีย์ไทย และรถพุ่มพวง โดยตั้งเป้ากระตุ้นการบริโภคไม่ต่ำกว่า 5 แสนตัน เพื่อช่วยเร่งกระจายผลผลิตและสร้างช่องทางจำหน่ายให้เกษตรกร

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมผลไม้ไทยภายใต้แคมเปญ Thailand : The Land of Tropical Fruits” เพื่อสื่อสารไปยังผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ สร้างการรับรู้ว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านผลไม้เมืองร้อนคุณภาพของโลก

นางศุภจี กล่าวว่า นอกจากมาตรการเชิงรุกในปีนี้แล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยต้นน้ำจะมุ่งยกระดับคุณภาพสินค้าและพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุนโครงการตรวจสอบคุณภาพย้อนกลับ (Q-Chan) สินค้าทุเรียนจังหวัดจันทบุรี

ส่วนกลางน้ำ เร่งส่งเสริมการแปรรูปเพื่อดูดซับผลผลิตส่วนเกิน และนำนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อช่วยชะลอผลผลิตที่ออกสู่ตลาดจำนวนมากและยกระดับราคา ขณะที่ปลายน้ำ เร่งรักษาตลาดส่งออกเดิม เจาะตลาดใหม่เพิ่มเติม รวมถึงขยายตลาดสินค้าแปรรูป ผ่าน Live Commerce และ Online Platform อาทิ TikTok ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านสินค้าอัตลักษณ์ สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และการใช้กลไก Contract Farming เพื่อให้มีการซื้อขายล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง

Back to top button