นโยบายเศรษฐกิจ 4 พรรคการเมือง

นับถอยหลังการเลือกตั้งทั่วไป วันที่  8 ก.พ. 69 ด้วยการเปรียบเทียบนโยบายเศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง จาก 4 พรรคการเมืองหลัก


นับถอยหลังการเลือกตั้งทั่วไป วันที่  8 ก.พ. 69 ด้วยการเปรียบเทียบนโยบายเศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง จาก 4 พรรคการเมืองหลัก พรรคประชาชน, พรรคเพื่อไทย, พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นแรก “ภาพรวมวิสัยทัศน์เศรษฐกิจมหภาค” เริ่มจากพรรคประชาชน จะเน้นการออกแบบประเทศใหม่ทั้งระบบ พร้อมปฏิรูปทั้งเศรษฐกิจ, การศึกษา สวัสดิการและโครงสร้างพื้นฐาน โดยใช้ดิจิทัลเป็นแกนหลักแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ

พรรคเพื่อไทย จะเน้นฟื้นเศรษฐกิจผ่านกลยุทธ์การเติบโต (growth strategy) โดยจัดการเศรษฐกิจนอกระบบลดความเหลื่อมล้ำและสร้างระบบข้อมูลเพื่อจัดสวัสดิการและภาษีอย่างยั่งยืน พรรคภูมิใจไทย ใช้แผนเศรษฐกิจ 10 Plus ที่ประคองการเติบโตโดยมุ่งสร้างเครื่องมือสวัสดิการและลดภาระค่าครองชีพ พร้อมผลักดัน SME และอุตสาหกรรมใหม่

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ จะมุ่งสร้างการเติบโตแบบเสถียรและยั่งยืน ปรับโครงสร้างให้ภาคเอกชนเป็นหัวใจหลักของการเติบโต (เช่น พลังงานสะอาด, อุตสาหกรรมใหม่) พร้อมมาตรการโอบอุ้มประชาชน

ประเด็นที่สอง “เป้าหมายการเติบโตของ GDP พรรคประชาชน ไม่มีตัวเลขเป้าหมายเฉพาะ แต่เน้น “การสร้างขีดความสามารถแข่งขัน” และพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนระยะกลาง–ยาว พรรคเพื่อไทย มุ่งเป้า GDP ที่ 5% ต่อปี ด้วยกลยุทธ์เชิงโครงสร้าง และเทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพเศรษฐกิจ

พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้า GDP อย่างน้อย 3% และสร้างการเติบโตต่อเนื่องผ่านการลงทุนและ BOI fast-track พรรคประชาธิปัตย์ตั้งเป้า GDP ที่ 5% ผ่านการสร้างความเชื่อมั่น และการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ

ประเด็นที่สาม “โครงสร้างเศรษฐกิจ/การลงทุนระยะยาวพรรคประชาชน เน้นปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างกว้าง ได้แก่ การพัฒนา SME, ดิจิทัลแพลตฟอร์ม, พลังงานยั่งยืน และขยายตลาดต่างประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพการลงทุนระยะยาว พรรคเพื่อไทย ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว และจัดการเศรษฐกิจนอกระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

พรรคภูมิใจไทย สนับสนุน SME และอุตสาหกรรมฐานรากผ่านมาตรการสนับสนุน 10 Plus รวมถึงผลักดันโครงการลงทุนรัฐและเอกชนร่วมกัน พรรคประชาธิปัตย์ มุ่งอุตสาหกรรมใหม่ และการปรับเร่งระบบราชการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจระยะยาว

โดยสรุปภาพรวมความต่างเชิงนโยบายพรรคประชาชน เน้นปรับโครงสร้างประเทศโดยรวมอย่างลึกซึ้ง มากกว่าแค่มาตรการคลังแบบเดิม, ใช้เทคโนโลยีและระบบข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณและโครงสร้างเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กำหนดเป้าหมายการเติบโตสูง (ที่ 5%) พร้อมฟื้นเศรษฐกิจใต้ดิน และใช้ข้อมูลเป็นฐานในการวางนโยบาย

พรรคภูมิใจไทย ใช้งบประมาณสำหรับสวัสดิการและมาตรการประชานิยม ควบคู่กับการผลักดัน SME และกลไกเศรษฐกิจฐานราก พรรคประชาธิปัตย์ มุ่งเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมมาตรการสวัสดิการและอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจ

หากพิจารณาเปรียบเทียบโครงการหรือกลไกในการกระตุ้นเศรษฐกิจของ 4 พรรคการเมืองหลัก พบว่าของพรรคประชาชน จะเน้นปฏิรูปเชิงโครงสร้าง มากกว่าแจกเงินโดยตรง, ใช้ SME + ดิจิทัล + ทักษะแรงงาน เป็น “เครื่องยนต์” ของเศรษฐกิจ, ไม่มีโครงการแจกเงินกระตุ้นรายได้แบบตรง ๆ เหมือนบางพรรค, อาศัยรัฐแพลตฟอร์ม/โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี เพื่อเป็นกลไกระยะยาว 

พรรคเพื่อไทย ใช้แนวคิด Economic Engine ที่มุ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับผลิตภาพ (productivity) และดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ มีพื้นฐานของมาตรการแบบ digital wallet / stimulus ขนาดใหญ่ ที่เคยใช้ก่อนหน้าด้วย แม้มีการปรับแนวทาง เช่นนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คนและโครงการคนละครึ่งแบบ 70-30 (รัฐจ่ายให้ 70% ประชาชนจ่ายเอง 30%) เป็นต้น

พรรคภูมิใจไทย มีโครงการคนละครึ่งพลัส/บัตรสวัสดิการ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อทันทีพร้อมกับกลไกลงทุนพื้นฐาน เช่น SME support, FDI, และการกระตุ้นการลงทุนรัฐ-เอกชนภายใต้ “เศรษฐกิจ 10 Plus” ส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เน้นกระตุ้นผ่านการเติบโตภาคเอกชน, อุตสาหกรรมใหม่และสวัสดิการรายได้ใช้แนวคิด Thailand Ends Poverty และการลงทุนเชิงนโยบายสาธารณะเพื่อสร้าง Demand ระยะยาว

สุดท้าย..ใครรักชอบนโยบายหรือเลือกพรรคไหน..ตัดสินใจกันเอง..!!

Back to top button