
ขึ้นแล้ว ขึ้นอยู่ ขึ้นต่อ
หากสมมติฐานของ “โมนิก้า” ไม่ได้มีอะไรที่ผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็น ตลาดหุ้นไทยก็ควรขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาที่ 1,500 จุดในไม่ช้า
หากสมมติฐานของ “โมนิก้า” ไม่ได้มีอะไรที่ผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็น ตลาดหุ้นไทยก็ควรขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาที่ 1,500 จุดในไม่ช้า เพราะภาพที่ออกมาสื่อให้เห็นแรงซื้อจำนวนมากไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของต่างชาติที่คาดกันว่า น่าจะขนเงินเข้ามาซื้อหุ้นไทยไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้าน ขณะที่ตัวอีฉันมองว่า ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยยังมีการเติบโต พวกหัวทองขนเงินเข้ามาซื้อหุ้นไทยแสนล้าน (มีใครทันช่วงนั้นบ้าง) นะจ๊ะ
ฉะนั้นการที่ตลาดหุ้นไทยเด้งขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,438.09 จุด บวกไป 7.68 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.10 หมื่นล้านบาท ทำให้อีฉันนึกถึงคำพูดที่ว่า “ขึ้นแล้ว ขึ้นอยู่ ขึ้นต่อ” ในทันที และเรื่องนี้ถูกย้ำหัวหมุดด้วยสมมติฐานวันก่อนที่บอกกับแฟนคลับว่า ต้องโดนเขย่าเพื่อทำฐานให้แน่นเสียก่อน ต่อจากนั้นจะขยับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นช็อตที่นักวิเคราะห์หลายแห่งมองเหมือนกันว่า นี่คือจังหวะของการโหนกระแสพะยะค่ะ
ส่วนเรื่องการเมืองที่อีฉันมองเป็นเรื่องสาดโคลนกันไปมา สุดท้ายก็เป็นเหมือนที่เม้าท์ไว้ทุกอย่าง “โมนิก้า” เลยไม่ค่อยอินกับพวกขี้แพ้ชวนตีที่เก่งเฉพาะบนโลกออนไลน์ เพราะสิ่งที่เห็นกันชัด ๆ ตรงนี้คือ คนส่วนใหญ่ของประเทศพร้อมเดินหน้า จึงควรเลิกฟื้นฝอยหาตะเข็บกันเสียที! เพราะสิ่งที่ผู้คนคาดหวังมากสุดในตอนนี้คือ เศรษฐกิจไทยจะเดินหน้าอีกครั้ง และเงินจะสะพัดไงล่ะจ๊ะ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือหุ้น “รูดปรื๊ด..รูดปรื๊ด” อย่าง KTC ทะยานขึ้นมาปิดที่ระดับ 32.75 บาท บวกไป 2.25 บาท หรือขึ้นไป 7.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.66 พันล้าบาท มันตีความได้ 2 อย่างคือ ราคาหุ้นต่ำเกินไป กับคนกล้าใช้เงินมากขึ้น โดยประเด็นหลังมีผลโดยตรงกับกำไรของบริษัท และทำให้อีฉันนึกถึงภาพวันเก่า ๆ ที่ทุกอย่างยังปกติเหมือนเดิม ทุกคนเคยเห็นหุ้นยืนอยู่แถว 40 บาทอัพไม่ใช่เหรอ?
เช่นเดียวกับในรายของ BA ก็ไต่ระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 17.50 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 1.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 121 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นหุ้นที่เหมาะต่อการลงทุนระยะกลางถึงยาว เพราะของมันแบเบอร์มาตั้งแต่ต้นแล้วว่า ธุรกิจท่องเที่ยวไทยยังโตได้อีก อีฉันถึงมองการเทรดบน PE 10 เท่า พ่วงด้วยปันผลในระดับ 7% น่าจะคุ้มค่ากับการลงทุนก็เท่านั้นเอง
อีกรายที่มาทรงหุ้นปันผลดีเหมือนกัน แต่ราคาหุ้นขึ้นมากไปนิดหนึ่งอย่าง LH ถือเป็นช็อตที่น่าลุ้นสำหรับคนที่กล้าลุย เพราะการยืนปิดที่ระดับ 4.42 บาท บวกไป 0.04 บาท หรือขึ้นไป 0.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 140 ล้านบาท มันใกล้กับไฮเดิมครั้งก่อนที่หุ้นขึ้นมาแตะ 4.50 บาทปุ๊บ ต่อจากนั้นก็ไหลลงยาว ๆ จนไปทำโลว์ที่ใต้แนวรับ 3.50 บาท ก่อนจะตีกลับขึ้นมาเรื่อย ๆ แบบนี้..มันออกได้ทั้ง “ไปต่อ” หรือ “จบรอบ” ก็ได้นะจ๊ะ
ส่วนคนที่ชอบหุ้นพื้นฐานแกร่ง แถมมีโอกาสที่จะปันผลฉ่ำ ๆ อย่างหุ้นน้ำมันปาล์ม SMO ยังเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่อีฉันนึกถึงเป็นประจำ แถมวานนี้หุ้นขยับขึ้นมาปิดที่ 3.82 บาท บวกไป 0.22 บาท หรือขึ้นไป 6.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 30 ล้านบาท ย่อมทำให้อีฉันสนใจมากเป็นพิเศษ เพราะมันหมายความว่า หุ้นกำลังขยับตัวเพื่อขึ้นไปสร้างฐานใหม่ที่สูงกว่าเดิมแบบยาว ๆ นะออเจ้า
คล้ายกับกรณีของม้านอกสายตาอย่าง ATLAS ก็ขยับขึ้นอย่างช้า ๆ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ จากเดิมเคยยืนที่ระดับ 1.66 บาท มาวันนี้ขึ้นมายืนอยู่ที่ระดับ 1.88 บาท บวกไป 0.03 บาท หรือขึ้นไป 1.62% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 17 ล้านบาท แถมเป็นการเทรดบนพีอี 9.30 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับที่ถูกมาก ๆ และในขณะเดียวกันจะเห็นว่า กำไรปี 68 มีโอกาสมากกว่าปี 67 แบบนี้..น่าทยอยเก็บไหมเอ่ย?
โมนิก้าและทีมงาน