
JAS ขาดทุนลวงตา.!
ต๊กกะใจกันทั้งบาง..!! ที่เห็นหุ้นขวัญใจนักลงทุนรายย่อยอย่าง JAS ของ “เสี่ยพิชญ์ โพธารามิก” กลับมาขาดทุนอีกครั้งในรอบ 2 ปี
ต๊กกะใจกันทั้งบาง..!! ที่เห็นหุ้นขวัญใจนักลงทุนรายย่อยอย่างบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ของ “เสี่ยพิชญ์ โพธารามิก” กลับมาขาดทุนอีกครั้งในรอบ 2 ปี โดยงบปี 2568 มีตัวเลขขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 502 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 494 ล้านบาท…
ทั้ง ๆ ที่ถูกมองว่างบจะออกมาเริ่ดหรู เนื่องจากช่วงปลายปี 2568 เพิ่งได้เงินก้อนโต 5,136.90 ล้านบาทเข้ากระเป๋า จากการชนะคดี บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ที่ว่าด้วยเรื่องส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาร่วมลงทุนสร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ (ฝั่งตะวันออก)
มิหนำซ้ำ ตั้งแต่กลางเดือน ส.ค. 2568 ผู้ตัดสินได้เป่านกหวีดเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2025/26 ไปแล้ว นั่นหมายความว่า JAS เริ่มรับรู้รายได้จากการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพ อังกฤษแล้ว..!!
แต่ไหงถึงขาดทุนได้ล่ะเนี่ย..?? บ่เข้าใจ๋ ๆ
งบไม่ดีไม่พอ…ยังมางดจ่ายเงินปันผลอีก ยิ่งสร้างความชอกช้ำให้กับนักลงทุน ส่งผลให้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 ก.พ. 2569 หุ้น JAS ถูกขายอย่างหนัก จนราคาทรุดไป 7.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 139.26 ล้านบาท
แต่ ๆๆ…เกรงว่าจะขายหมูกันเสียมากกว่า.!? เพราะสิ่งที่เห็น…อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นก็ได้นะ
ถ้าไปถ่างตาดูดี ๆ จะเห็นว่า JAS ยังมีผลการดำเนินงานปกติที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 3,872 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจคอนเทนต์กีฬาในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
แล้วหากเจาะในรายกลุ่มธุรกิจ…ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีโซลูชัน มีรายได้อยู่ที่ 2,389 ล้านบาท ลดลง 2% เนื่องจากการยุติการให้บริการเครือข่ายคอมพิวเตอร์และสื่อสัญญาณไร้สายแบบครบวงจร
ส่วนธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ มีรายได้อยู่ที่ 1,286 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 178% มีปัจจัยหลักจากการเริ่มรับรู้รายได้ธุรกิจคอนเทนต์กีฬาในไตรมาส 3/2568 ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในภาพรวมของปี โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้สอดคล้องกับจำนวนสมาชิกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามกระแสความสนใจ และการตอบรับที่ดีต่อการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ
ขณะที่รายได้ส่วนงานอื่นอยู่ที่ 197 ล้านบาท ลดลง 41% มีสาเหตุมาจากการปรับลดลงของรายได้จากการให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับลูกค้าองค์กร เนื่องจากอยู่ระหว่างทยอยการดำเนินงานในธุรกิจดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังได้แรงหนุนจากดอกเบี้ยรับตามผลตัดสินคดีพิพาทเรื่องส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาร่วมลงทุนก่อสร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ (ฝั่งตะวันออก) เข้ามา 2,619 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 6,783 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76% จากปีก่อน และส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 1,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123% จากปีก่อน
แล้วจากผลการดำเนินงานหลักที่เติบโต ทำให้บริษัทมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 3,452 ล้านบาท หรือคิดเป็น EBITDA Margin 51% และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 1,101 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% จากปีก่อน
จะเห็นว่าตัวเลขต่าง ๆ ดูดีหมด…แต่ตัวการที่ทำให้ JAS พลิกไปขาดทุน เป็นแค่อุบัติเหตุทางเทคนิค ซึ่งได้รับผลกระทบจากรายการปรับปรุงทางบัญชีที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ์คอนเทนต์กีฬาและสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวนะจิบอกให้…
ทีนี้เชื่อหรือยังว่า JAS ไม่ได้แย่อย่างที่เห็น…เนื้อแท้ยังดูดีอยู่ เพียงแต่ต้องส่องทุกซอกทุกมุมให้ทะลุปรุโปร่งก็เท่านั้น
ที่น่าจับตาการเบนเข็มไปสู่ธุรกิจสื่อและดิจิทัล น่าจะช่วยให้ JAS เติบโตแบบก้าวกระโดดได้อีกครั้ง สะท้อนได้จากธุรกิจบริการสตรีมมิ่งในประเทศไทยที่มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยกว่า 12.9% ต่อปี ในช่วงปี 2568-2573 ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของบริการดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคสู่การรับชมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
รวมถึงการบุกตลาดเวียดนามผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัท FPT Telecom ผู้ให้บริการ FPT Play แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำของเวียดนาม ในการเผยแพร่ภาพการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 จนสิ้นสุดฤดูกาล 2030/31 ที่จะเป็นตัวเสริม…ไม่รวมอื่น ๆ ที่จะตามมาอีกในอนาคต
งั้นถ้าไม่รีบเก็บหุ้น JAS ตอนนี้…แล้วจะรอเก็บตอนไหนเนี่ย..??
วันดีคืนดีหุ้นวิ่งทะลุนรกขึ้นมา…จะมาเสียใจทีหลังไม่ได้นะ
…อิ อิ อิ…