KTB มองเงินบาท “อ่อนค่า” ทดสอบแนวต้าน 32.85 บาท เซ่นตะวันออกกลางปะทุรอบใหม่

KTB ประเมินเงินบาทกลับมาเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 32.56-32.80 บาทต่อดอลลาร์ และขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้นักลงทุนหันถือครองเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า การโจมตีตอบโต้กันระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ในพื้นที่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ได้ผลักดันราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น พร้อมหนุนการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันจากการปรับขึ้นของค่าเงินสหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด ทั้งดัชนี ISM PMI ภาคบริการเดือนพฤษภาคมที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54.5 จุด ยอดจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ที่เพิ่มขึ้น 122,000 ตำแหน่ง และจำนวนตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS) ที่ขยับขึ้นสู่ 7.618 ล้านตำแหน่ง สะท้อนภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดประเมินไว้

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) หลายรายยังส่งสัญญาณกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ FED อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขยับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 4.50% อีกครั้ง

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้น KTB มองว่ายังคงเผชิญความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง (Two-Way Risk) โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่แนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้าน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ หากการเจรจาหยุดยิงมีความคืบหน้า เงินบาทอาจกลับมาแข็งค่าทดสอบโซน 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ได้

อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง เงินดอลลาร์มีโอกาสได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม แม้การแข็งค่าจะถูกจำกัดบางส่วนจากความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นอาจเข้าดูแลค่าเงินเยน หากอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ โดย KTB ย้ำว่าผู้ประกอบการและนักลงทุนควรใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเหมาะสม ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง

Back to top button