
CK-STECON หุ้นรับเหมาก่อกำไร.!
ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างปรับขึ้นมาแล้วเกือบ 30% รับรัฐบาลใหม่ แต่นายกรัฐมนตรีคนเก่าที่ชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล”
ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างปรับขึ้นมาแล้วเกือบ 30% รับรัฐบาลใหม่ แต่นายกรัฐมนตรีคนเก่าที่ชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ซึ่งมีแรงเข้ามาเก็งกำไรในหุ้นรับเหมาฯ กันคึกคัก โดยเฉพาะหุ้นบริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ของ “กลุ่มชาญวีรกูล” ที่ถูกเก็งกำไรกันเยอะ ส่งผลให้หุ้นวิ่งฟาสต์แอนด์ฟิวเรียส โดยในรอบ 1 เดือน ราคาพุ่งพรวดไปกว่า 50% เลยทีเดียว…
พร้อมกันนั้น หุ้นบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK ของ “เจ้าสัวปลิว ตรีวิศวเวทย์” ก็วิ่งแรงงงส์ตีคู่มาด้วย ส่งผลให้ในรอบ 1 เดือน ราคาปรับขึ้นไปแล้วกว่า 30%
เนื่องจากมีการมองไปข้างหน้า…จินตนาการกันว่า หลังได้รัฐบาลใหม่จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ ผลักดันโปรเจกต์ลงทุนต่าง ๆ ออกมา เพื่อเข็นจีดีพีปีนี้โต 3% พลัส ให้จงได้…
แต่ถ้าย้อนมองอดีตในรอบปี 2568 ที่ผ่านมา แม้ 1 ปี จะมีนายกฯ 2 คน แต่หุ้นรับเหมาฯ ก็ยังเอาตัวรอดได้ดีนะ…
อย่าง STECON งบปี 2568 พลิกมามีกำไรสุทธิ 1,948.88 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่ขาดทุนสุทธิ 2,357.39 ล้านบาท เนื่องจากมีกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ประกอบกับมีการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 33,779.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,374.01 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11.10% แบ่งเป็น รายได้จากสัญญาก่อสร้าง 33,088.78 ล้านบาท รายได้จากการขายและบริการ 306.88 ล้านบาท รายได้ค่าเช่า 77.28 ล้านบาท และรายได้เงินปันผล 222.62 ล้านบาท
ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 31,127.42 ล้านบาท ลดลง 1,024.44 ล้านบาท หรือลดลง 3.19% ประกอบด้วย ต้นทุนงานก่อสร้าง 30,717.49 ล้านบาท ต้นทุนขายและบริการ 268.64 ล้านบาท ต้นทุนค่าเช่า 23.05 ล้านบาท โดยในปี 2568 บริษัทได้รับค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัยโครงการก่อสร้างจำนวน 400 ล้านบาท
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 1,128.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 282.54 ล้านบาท
โอเค…แม้ STECON จะมีตัวช่วยจากการรับรู้ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงิน (โอนกลับ) เข้ามา 610.28 ล้านบาท แต่ถ้าหักรายการดังกล่าว จะมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,529.76 ล้านบาท
บ่งบอกว่า กำไรที่เห็นไม่ได้แค่โชคช่วย แต่มาจากฝีมือนะจิบอกให้
ฟาก CK ก็ไม่น้อยหน้า โชว์กำไรสุทธิ 3,328.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,882.32 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 130.18% เป็นผลมาจากรายได้จากสัญญาก่อสร้างโครงการใหญ่ที่เติบโตเพิ่มขึ้น และการควบคุมต้นทุนก่อสร้างที่ดี มีกําไรจากการขายหุ้นบริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จํากัด รวมทั้งส่วนต่างมูลค่าที่เกิดจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนในบริษัทร่วม ด้วยมูลค่ายุติธรรมสําหรับเงินลงทุนที่เหลืออีก 10% นอกจากนี้ ยังเสริมการเติบโตจากส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น
โดยในปี 2568 มีรายได้จากสัญญาก่อสร้างอยู่ที่ 43,967 ล้านบาท คิดเป็น 94.83% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 6,509 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 17.38% เนื่องมาจากความคืบหน้าของงานก่อสร้าง โดยรับรู้จากโครงการหลัก อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งการดําเนินการเป็นไปตามแผนงานการก่อสร้าง หนุนด้วยรายได้งานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มในส่วนของงานโยธาและงานระบบ งานระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ขณะที่งานก่อสร้างหลายโครงการใกล้แล้วเสร็จ เช่น โครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่งนําบางมด-สําโรง โครงการก่อสร้างขุดคลองระบายนน้ำหลากบางบาล-บางไทร
ขณะที่ปี 2568 CK มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 2,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 285 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15.22% หลัก ๆ มากจากบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จํากัด (มหาชน)หรือ CKP รับรู้ส่วนแบ่งกําไรสุทธิจากการดําเนินงานของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จํากัด จากผลการดําเนินงานที่ดีขึ้น ตามปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และจากการรับรู้รายการกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด
STECON และ CK จึงถูกยกให้เป็นสองหุ้นรับเหมาฯ ก่อกำไรในปี 2568..!!
อ้อ…หลายคนอาจสงสัยทำไมไม่พูดถึง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจล่ะกัน
ไม่อยากพูดเยอะ…เจ็บคอ
…อิ อิ อิ…