
หุ้นไทยเปราะบาง?
วานนี้ (4 มี.ค.) “กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ในฐานะประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ได้มีการประเมินเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางอีกครั้ง
วานนี้ (4 มี.ค.) “กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ในฐานะประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ได้มีการประเมินเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางอีกครั้ง
เขามองว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงและมีภาวะ “เปราะบางสูง”
โดยสะท้อนจากการปรับตัวลงอย่างหนักของ “ตลาดหุ้นไทย” ที่ตื่นตระหนกมากกว่าตลาดอื่นในภูมิภาค
พร้อมชี้ปัจจัยเสี่ยงสำคัญจาก “การพึ่งพาน้ำมัน” และ “ตลาดหุ้นที่ร้อนแรงก่อนหน้า” พร้อมกับเตือนรัฐบาลให้เร่งเตรียมการรับมือวิกฤตพลังงานที่อาจเกิดขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนโดยด่วน
กรณีของตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมาปิดร่วงไปกว่า 61 จุด
ล่าสุดภาคเช้าวานนี้ (4 มี.ค.) ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้หยุดการซื้อขายชั่วคราวตามมาตรการ Circuit Breaker ระดับ 1 ระหว่างเวลา 12.18-12.30 น.หลังจากดัชนีลงหนักถึง 8%
ถือว่าเป็นการปรับตัวลงมากพอสมควรและมากกว่าคาด
หากเปรียบในภูมิภาค “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” ช่วงเช้าปรับตัวลงแรงและประกาศใช้มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว (Circuit breaker) เช่นเดียวกัน
“ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” ลงไปกว่า 3%
ทั้ง 3 ประเทศมีความคล้ายคลึงกันเนื่องจากเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงมากนับตั้งแต่ต้นปี โดยเกาหลีใต้เป็นอันดับหนึ่ง (ปรับขึ้น 50%) ตามมาด้วยประเทศไทยเป็นอันดับสอง (ปรับขึ้น 25%) ส่วนญี่ปุ่นก็ปรับขึ้นมามากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ทำให้เมื่อเกิดภาวะตื่นตระหนกนักลงทุนจึงเทขายทำกำไรออกมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง
ทั้งสามประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่กำลังเกิดความขัดแย้ง
เกาหลีใต้นำเข้าเกือบ 100%
ญี่ปุ่นประมาณ 90%
และไทยก็มีสัดส่วนการนำเข้าที่สูงมาก ปัจจัยนี้จึงเป็นความเสี่ยงโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ
กอบศักดิ์ บอกว่า สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซนับเป็นหัวใจของวิกฤตครั้งนี้
การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและโรงงานก๊าซของกาตาร์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งจากระดับ 65 ดอลลาร์สหรัฐ ไปอยู่ที่ 76 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล และราคาก๊าซในยุโรปพุ่งขึ้นถึง 40-50%
ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ปัจจุบันมีเรือขนส่งสินค้าและน้ำมันกว่า 100 ลำ (คิดเป็น 10% ของกองเรือทั่วโลก) ติดค้างอยู่ในบริเวณดังกล่าว ไม่สามารถเดินทางออกมาได้
ส่งผลให้ค่าประกันความเสี่ยงและค่าระวางเรือพุ่งสูงขึ้น
และในอนาคตปริมาณน้ำมันโลกอาจไม่เพียงพอและจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันอย่างมาก เป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อด้วย แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศให้กองทัพเรือสหรัฐฯ เข้าไปคุ้มกัน
แต่มองว่า “ไม่ง่ายอย่างที่คิด” เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่แคบและเสี่ยงต่อการถูกซุ่มโจมตีจากอิหร่านได้ง่าย
ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไทยคือด้านความมั่นคงทางพลังงาน ต้องป็นวาระเร่งด่วนที่สุด
รัฐบาลต้องเริ่มหาแหล่งนำเข้าพลังงานใหม่ ๆ ยกตัวอย่างเช่นอินโดนีเซียที่ประกาศขอซื้อน้ำมันและก๊าซจากสหรัฐฯ มากขึ้น ส่งเสริมพลังงานทดแทน และรณรงค์การประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง
วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะจบในครั้งเดียว แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ขยายวงกว้างขึ้น
ท้ายสุดจะส่งผลกระทบมาถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยตรง
เขาแนะนำว่า ต้องเตรียมลดการพึ่งพาจากมหาอำนาจเพียงชาติเดียว และหันมาสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจภายในประเทศ
ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการดูแลผู้ประกอบการ SME