เมื่อการเมืองนิ่ง..หุ้นไทยพร้อมขยับ

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2569 กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวัง โดย CLSA ประเมินว่าฟันเฟืองสำคัญที่เคยติดขัดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา กำลังเริ่มกลับมาทำงานอย่างสอดประสานกันอีกครั้ง


ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2569 กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวัง โดย CLSA ประเมินว่าฟันเฟืองสำคัญที่เคยติดขัดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา กำลังเริ่มกลับมาทำงานอย่างสอดประสานกันอีกครั้ง โดยมี “ความเสถียรภาพทางการเมือง” เป็นเงื่อนไขหลัก.!

จุดเปลี่ยนที่สำคัญสุด คือผลการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พรรคภูมิใจไทย สามารถกวาดชัยชนะอย่างถล่มทลาย นำไปสู่แนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาล ที่มีความเข้มแข็งและมีเอกภาพสูงภายในเดือนพ.ค. 69 ความชัดเจนนี้ทำให้นักลงทุนต่างชาติ ที่เคย “หยุดชะงัก” เริ่มเปลี่ยนมุมมองจากความกังวล เป็นความเชื่อมั่น เพราะรัฐบาลที่มีเสถียรภาพย่อมหมายถึงการผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการเบิกจ่ายงบประมาณที่เคยล่าช้าให้กลับมาเดินหน้าได้เต็มที่

แม้ CLSA ประเมิน GDP กรณีฐานไว้ 1.7% แต่นั่นอาจเป็นตัวเลขที่ต่ำเกินไป หากพิจารณาจากแรงส่งของภาคการท่องเที่ยวและบริการที่มีสัดส่วนสูงถึง 20% ของ GDP การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนอย่างแข็งแกร่ง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขสถิติ แต่คือเม็ดเงินหมุนเวียนจริงที่กระจายตัวลงสู่ภาคบริการและอุปโภคบริโภคทั่วประเทศ จะเป็นอัพไซด์สำคัญที่ช่วยดันตัวเลขเศรษฐกิจให้สูงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้

ขณะที่ประเทศตะวันตก ต้องต่อสู้กับเงินเฟ้อที่พุ่งสูงจนต้องคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูง แต่ประเทศไทย กลับเผชิญสภาวะเงินเฟ้อติดลบ 0.9% แม้ต้นทุนพลังงานโลกจะผันผวนแต่ด้วยกลไกการบริหารจัดการของรัฐบาล ทั้งการตรึงราคาขายปลีก และการรักษาสต๊อกน้ำมันดิบ ทำให้ไทยมีภูมิคุ้มกันต่อวิกฤตค่าครองชีพรุนแรง ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีช่องว่าง ในการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการเติบโตได้มากกว่าประเทศอื่น

ทาง CLSA ปรับเป้าหมายดัชนี SET ขึ้นสู่ระดับ 1,550 จุดโดยมองว่าช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ตลาดปรับฐานจากความกังวลเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางนั้นคือ “โอกาสในการสะสม” มากกว่าจะเป็นวิกฤต

โดยมีกลุ่มหุ้นเป้าหมายน่าสนใจ เริ่มจากกลุ่มค้าปลีกและผู้บริโภค : หุ้นกลุ่มนี้ถูกลดทอนมูลค่า (Derated) ลงมามากช่วงที่ผ่านมา ปัจจุบันถือว่ามีราคาถูกเกินพื้นฐาน (Undervalued) และจะเป็นกลุ่มแรกที่รับอานิสงส์เมื่อมาตรการกระตุ้นการคลังจากรัฐบาลใหม่เริ่มทำงาน

กลุ่มพลังงาน: โดยเฉพาะ PTTEP ที่ยังซื้อขายระดับ P/E ต่ำ แม้ความตึงเครียดในอิหร่านจะคลี่คลาย แต่โครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่เสียหายต้องใช้เวลาฟื้นฟู ทำให้ราคาน้ำมันจะยังทรงตัวในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง

กลุ่มธนาคาร:สำหรับนักลงทุนที่เน้นกระแสเงินสด หุ้นแบงก์ยังเป็นสวรรค์ของเงินปันผล ด้วยอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงถึง 6–7% สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอย่างมีนัยสำคัญ

สัญญาณการกลับมาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ หลังจากหายไปนานถึง 3 ปี คือ เครื่องยืนยันว่า “ความเชื่อมั่น” กำลังกลับคืนสู่ตลาดหุ้นไทย กำไรบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าเติบโต 8.8% อย่างต่อเนื่องในปี 2569-2570 จะเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับการทะยานขึ้นของดัชนี

ปี 2569 อาจถูกจารึกว่าเป็นปีแห่งการ “รีบาวด์” ครั้งใหญ่ของประเทศไทย หากการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองเป็นไปตามคาดและเครื่องยนต์การท่องเที่ยวทำงานได้เต็มกำลัง นักลงทุนที่กล้าเข้าซื้อช่วงเวลาที่ตลาดยังมีความกังวล อาจได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าเมื่อภาพทุกอย่างชัดเจนขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง

Back to top button