
TRUE ก้าวใหม่..วันที่ไร้ Telenor
ธุรกรรมซื้อขายหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ระหว่าง Telenor และ Arise Venture Group (Arise) ถือว่าเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ธุรกรรมซื้อขายหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ระหว่าง Telenor และ Arise Venture Group (Arise) ถือว่าเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทำให้ Arise ก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 24.95% ขณะที่ Telenor สัดส่วนเหลือเพียง 5.35% (มีเงื่อนไขขายทั้งหมดภายใน 2 ปี)
ปรากฏการณ์ที่ตามมาคือ TRUE แต่งตั้ง “นกุล เซห์กัล” เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (CFO) ขณะที่ Arise แต่งตั้ง “ยุภา ลีวงศ์เจริญ” เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (CFO) ของ Arise (ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ TRUE) ส่วนกรรมการ TRUE ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Telenor ส่วนใหญ่ลาออกจากตำแหน่ง..!!
โดยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญของผู้บริหารชาวต่างชาติ โดยเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงินร่วม (co-CFO) และหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยระบบสารสนเทศ (CTO) น่าจะช่วยลดความกังวลของตลาดเกี่ยวกับกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลของบริษัท
ขณะที่ราคาซื้อขายแตกต่างกัน จากการปรับโครงสร้างการถือหุ้น กล่าวคือ การขายหุ้นของ Telenor หุ้นละ 11.70 บาท และการขายหุ้นของซีพีกรุ๊ป (CPG) หุ้นละ 14–14.50 บาท น่าจะสร้างระดับราคาทางจิตวิทยา ที่เป็นแนวรับให้กับตลาดได้เป็นอย่างดี
หลังจากนี้ CPG และ Arise (ภายใต้โครงสร้างการถือหุ้นล่าสุด) ถือหุ้น TRUE รวมกัน 49.96% ทำให้ไม่จำเป็นต้องถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับสถานะผู้ถือหุ้นสูงสุด และไม่ก่อให้เกิดเงื่อนไขการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด (MTO) ทั้งนี้การขายหุ้นอีกส่วนหนึ่งของ CPG จำนวน 5.3% ใน TRUE มีสัดส่วนใกล้เคียงกับการถือหุ้นที่เหลืออยู่ของ Telenor ที่ 5.35%
สิ่งที่ต้องติดตาม TRUE นับจากนี้ มีมุมมองจากบล.กสิกรไทยที่น่าสนใจ คือ 1)วินัยทางการเงินของ TRUE เรื่องค่าใช้จ่าย (opex) งบจ่ายลงทุน (capex) การลงทุนใหม่ (investment) และการจัดสรรเงินทุน (capital allocation) 2)คุณภาพของกรรมการชุดใหม่ 3)ความสามารถในการหยุดการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดด้านรายได้
ส่วนปัจจัยตัวคูณมูลค่าหุ้น เริ่มจากการกลับมาเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องของรายได้ จากบริการโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตบ้าน โดยไม่มีสงครามราคาจาก ADVANC เหมือนดั่งเช่นในอดีตการประหยัด opex และ capex ที่ดีกว่าคาดส่งผลให้กำไรและกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการเงินทุนที่เข้มแข็งมากขึ้น
ด้วยราคาเป้าหมาย 15.99 บาท จากความชัดเจนเรื่องดังกล่าวมากขึ้น..!!
ขณะที่ JP Morgan ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น Overweight หลังการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารและโครงสร้างผู้ถือหุ้น จะช่วยลดความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ภายหลังการขายหุ้นของ Telenor ออกไป
โดยผลงานที่แข็งแกร่งช่วงที่ผ่านมา พบว่า EBITDA ปี 2566-2568 เติบโต 22%,ผลตอบแทนจากเงินทุนที่ลงทุน (ROIC) ปรับตัวดีขึ้น 4%, อัตราหนี้สินปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.4 เท่า (จากเดิม 5.2 เท่า) และบริษัทได้กลับมาจ่ายเงินปันผลอีกครั้ง
พร้อมคาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานจะเติบโตอัตราทบต้นต่อปี (CAGR) ประมาณ 14% (ช่วงปี 2568-2571) โดยมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2569/2570 มากกว่า 10% และอัพไซด์ต่อเงินปันผลประมาณ 25% เมื่อเทียบประมาณการของตลาด (Consensus)
ด้วยราคาเป้าหมายปรับขึ้นเป็น 16.70 บาท (อัพไซด์ประมาณ 25%) โดยการ Re-rating ขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของกำไรและการปรับปรุงโครงสร้างการคืนผลตอบแทนสู่ผู้ถือหุ้น