สงครามอาหรับสะเทือนยุโรป.!

“สงครามภาคพื้นอ่าวอาหรับ” ก่อให้เกิดความอลหม่านในตลาดการเงินทั้งหลาย ทำให้นักลงทุนและผู้ดูแลสภาพคล่องตลาดบางรายลังเลที่จะเปิดรับความเสี่ยง


“สงครามภาคพื้นอ่าวอาหรับ” ก่อให้เกิดความอลหม่านในตลาดการเงินทั้งหลาย ทำให้นักลงทุนและผู้ดูแลสภาพคล่องตลาดบางรายลังเลที่จะเปิดรับความเสี่ยง ส่งผลให้การซื้อขายยากขึ้นและมีต้นทุนที่สูงขึ้น ถือเป็นสถานการณ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลต่างจับตามองอย่างใกล้ชิด

บรรดานักลงทุนและเทรดเดอร์ ระบุว่า ไม่มีตลาดที่ใหญ่สุดของโลกแห่งใด นับตั้งแต่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ไปจนถึงทองคำ และสกุลเงินต่าง ๆ ที่รอดพ้นจากผลกระทบดังกล่าวนี้ได้ ในยุโรป กองทุนเฮดจ์ฟันด์ทั้งหลาย ปัจจุบันครองตลาดการซื้อขายพันธบัตรได้เคลื่อนไหวมากขึ้น ด้วยการปิดสถานการณ์ลงทุนจำนวนมากอย่างรวดเร็วช่วงเดือนนี้

โดยนักลงทุน กล่าวว่า บางครั้งพวกเขาประสบปัญหา การได้รับราคาหรือดำเนินการซื้อขายช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา  เนื่องจากผู้ดูแลสภาพคล่องตลาดบางราย เกรงว่าจะติดอยู่กับสถานะขนาดใหญ่ที่อาจทำให้เป็นผลขาดทุนได้อย่างรวดเร็ว

Rajeev De Mello ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลงทุนของ GAMA Asset Management ระบุว่า “เมื่อเราพยายามซื้อขายมันใช้เวลานานขึ้น ผู้ดูแลสภาพคล่องตลาดต้องการให้เราอดทนมากขึ้น และลดขนาดการซื้อขายให้เล็กลง” พร้อมเสริมว่าช่วงระหว่างราคาที่ผู้ดูแลสภาพคล่องจะซื้อสินทรัพย์และราคาที่พวกเขาจะขายนั้นกว้างขึ้น

“ผลที่ตามมาคือ..ทุกคนลดขนาดสถานะการลงทุนของตนลง”

ดัชนีชี้วัดความผันผวนหลายตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนถึงระดับที่เคยเห็นวิกฤตตลาดครั้งก่อน ๆ รวมถึงดัชนีความผันผวนของหุ้น (VIX), พันธบัตร, น้ำมันและของทองคำ ทั้งนี้ความผันผวนเริ่มปรากฏขึ้น แม้แต่ตลาดพันธบัตรรัฐบาลทั้งหลาย ที่โดยปกติจะมีสภาพคล่อง และความลึกของตลาดสูงมากเป็นรากฐานสำคัญการเงินโลก ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความเสี่ยง ด้านเงินเฟ้อที่ทำให้นักลงทุนหวาดกลัว

ขณะที่ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีที่ออกใหม่ ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความลึกของตลาด และต้นทุนการทำธุรกรรมสำหรับหลักทรัพย์ ที่มีการซื้อขายมากสุด ได้ขยายช่วงห่างเพิ่มขึ้นประมาณ 27% ในเดือนมีนาคมเทียบกับระดับในเดือนกุมภาพันธ์ ตามข้อมูลของ Morgan Stanley ที่บ่งชี้ว่าผู้ค้าทั้งหลายกำลังเรียกเก็บค่าพรีเมียมที่สูงขึ้นเพื่อแบกรับความเสี่ยง

แน่นอนว่า..อาการที่บ่งชี้ล่าสุดของความตึงเครียดในตลาดนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกช่วงที่ตลาดปั่นป่วน เช่น ช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการภาษี “วันปลดแอก” เมื่อเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา  และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2563

แต่ว่าความผันผวนรอบนี้ได้เกิดขึ้นช่วงเวลาที่ตลาดหลาย ๆ แห่ง อยู่ในภาวะขยายตัวเนื่องจากนักลงทุนทั้งหลายต่างได้ รับประโยชน์จากการปรับขึ้นอย่างรวดเร็วในสินทรัพย์ทุกประเภท บ่งชี้ว่าการปรับฐานที่รุนแรงกว่านี้อาจเกิดขึ้นได้หากสงครามยืดเยื้อ และสภาพคล่องหดหายไป

ขณะที่ “ยุโรป” ความผันผวนรุนแรงเป็นพิเศษ ในตลาดล่วงหน้าของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น เทรดเดอร์ต่างคาดการณ์ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอย่างรวดเร็ว..!!

Back to top button