“ดาวโจนส์” ปิดลบ 118 จุด ฟากดัชนี “S&P500-Nasdaq” พุ่งนิวไฮ รับแรงซื้อหุ้นชิป AI 

ดาวโจนส์ปิดลบ 118.02 จุด ขณะที่ Nasdaq พุ่ง 1.19% และ S&P500 บวก 0.61% ปิดทำนิวไฮ จากแรงซื้อหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ นำโดย Micron ทะยานกว่า 19% แม้ตลาดยังกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดการซื้อขายเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลดลง ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิปที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ว่านักลงทุนยังคงติดตามความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,461.68 จุด ลดลง 118.02 จุด หรือ 0.23% ด้านดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,519.12 จุด เพิ่มขึ้น 45.65 จุด หรือ 0.61% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,656.18 จุด เพิ่มขึ้น 312.21 จุด หรือ 1.19%

ในดัชนี S&P500 มีหุ้น 6 จาก 11 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มเทคโนโลยีนำตลาดด้วยการปรับตัวขึ้น 1.7% รองลงมาคือกลุ่มอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1.48% ขณะที่กลุ่มพลังงานปรับตัวลดลงมากที่สุด 2.8% ตามด้วยกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ลดลง 1.74%

ปัจจัยสำคัญที่หนุนตลาดมาจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI โดยหุ้น Micron Technology พุ่งขึ้น 19.29% ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก หลังนักวิเคราะห์ของ UBS ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้นขึ้นจาก 535 ดอลลาร์ เป็น 1,625 ดอลลาร์ จากมุมมองเชิงบวกต่อความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับระบบ AI ที่ขยายตัวต่อเนื่อง

กระแสความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรม AI ยังส่งผลบวกต่อหุ้นผู้ผลิตชิปรายอื่น โดยหุ้น Marvell Technology ปรับตัวขึ้น 6% หุ้น Advanced Micro Devices (AMD) เพิ่มขึ้น 7.78% ขณะที่ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ปรับตัวขึ้น 5.5% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

นอกจากนี้ หุ้น Qualcomm ปรับตัวขึ้นเกือบ 4.5% หลังมีรายงานว่าบริษัทสามารถบรรลุข้อตกลงจัดหาชิปให้แก่ ByteDance เจ้าของแพลตฟอร์ม TikTok

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนยังได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังมีความไม่แน่นอน แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะระบุว่าการบรรลุข้อตกลงอาจเกิดขึ้นภายในไม่กี่วัน แต่การที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ดำเนินปฏิบัติการทางทหารโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคกลับมาเพิ่มขึ้น และผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นมากกว่า 3%

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ระดับ 93.1 ลดลง 0.7 จุดจากเดือนเมษายนที่ระดับ 93.8 แต่ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 91.9 สะท้อนว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับที่ดีกว่าคาด แม้เผชิญปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ระหว่างประเทศ

Back to top button