
PSTC จำใจขาย TPN.!
งงเป็นไก่ตาแตก..!! ที่จู่ ๆ บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PSTC ตัดสินใจขายธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ
งงเป็นไก่ตาแตก..!! ที่จู่ ๆ บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PSTC ตัดสินใจขายธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) ทิ้งไป…
จากกรณีไฟเขียวให้บริษัทลูก บริษัท บิ๊กแก๊ส เทคโนโลยี จำกัด (BIGGAS) ขายหุ้นทั้งหมดที่ถือใน TPN สัดส่วน 55.41% ให้กับบริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด (Modulus) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รวมมูลค่า 354 ล้านบาท
ทั้ง ๆ ที่ธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อถือเป็นแอสเซทที่มีมูลค่า แม้ช่วงระยะแรกต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง แต่ระยะกลางและปลายจะเป็น Recurring Income หรือรายได้ประจำให้กับ PSTC…
ก็น่าขบคิด…ทำไม PSTC ถึงขายตัวที่จะสร้างรายได้ในอนาคตไปเสียล่ะ..??
ล่าสุดถึงบางอ้อ…เมื่อพบความจริงที่ว่านับตั้งแต่เข้าลงทุนใน TPN ผ่าน BIGGAS ในปี 2560…TPN กลายเป็นตัวถ่วง PSTC มาโดยตลอด..!!
คงพอรู้กันแล้วใช่มั้ยว่า TPN เป็นผู้ให้บริการระบบท่อน้ำมันไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากระบบท่อน้ำมันที่จังหวัดสระบุรี ไปถึงคลังน้ำมันที่จังหวัดขอนแก่น ความยาว 342 กิโลเมตร แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 โดยปัจจุบันโครงการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ไตรมาส 4/2566
ทว่าภาพที่ PSTC เคยวาดฝันเอาไว้กลับไม่เป็นอย่างที่คิด…เนื่องจากปริมาณการขนส่งน้ำมันทางท่อไม่เป็นไปตามเป้าหมาย (Lower-than-expected throughput) ทำให้ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนก้อนโต 2,728 ล้านบาท
ไม่เท่านั้น ยังต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนอีก 383 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจาก 1) เงินกู้ยืมที่เพิ่มสูงขึ้นจากการให้กู้ยืมของผู้ถือหุ้น เพื่อสนับสนุนโครงการฯ ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น 2) ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ที่เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของเงินกู้ และเจ้าหนี้การค้าต่างประเทศ และ 3) ค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์หลักของโครงการฯ ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจาก TPN เพิ่งเริ่มคำนวณค่าเสื่อมราคาในไตรมาส 3/2567
ขณะที่ PSTC ต้องให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ TPN ด้วยการให้เงินกู้ยืมเพิ่มเติมจำนวน 115 ล้านบาท ตามภาระผูกพันในสัญญา Sponsors Undertaking and Support Agreement เพื่อสนับสนุนการชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ยแก่สถาบันการเงินที่ครบกำหนด โดยวงเงินกู้เป็นไปตามสัดส่วนการถือหุ้น
นั่นทำให้ TPN แทนที่จะเป็นตัวสร้างรายได้และปั๊มกำไร กลับกลายเป็นตัวฉุด PSTC ไปโดยปริยาย…
มิหนำซ้ำยังเป็นตัวการหลักที่ทำให้งบปี 2568 ของ PSTC มีตัวเลขขาดทุนบักโกรกกว่า 3,359.02 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่ขาดทุนสุทธิ 320.43 ล้านบาท…โดยมี BIGGAS ร่วมผสมโรงฉุด จากการรับรู้การด้อยค่าของค่าความนิยมจำนวน 166 ล้านบาท เนื่องจากกำไรในกลุ่มธุรกิจวิศวกรรมพลังงานลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจ โดยลูกค้าหลักในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมีการชะลอการลงทุน ส่งผลให้ปริมาณงานด้านวิศวกรรมและรายได้ลดลง
ขณะที่ TPN ยังมีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนก้อนโตกว่า 10,000 ล้านบาท เห็นได้จากการที่ผู้ถือหุ้นรายใหม่อย่าง Modulus ที่มีภาระต้องค้ำประกันเงินกู้ให้กับ TPN วงเงินไม่เกิน 6,203 ล้านบาท ฟากบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นอีกราย ต้องค้ำประกันเงินกู้ตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 4,992 ล้านบาท
แต่สุดท้าย PSTC ตะโกนว่า หนักเกินไปแล้ว เกินจะแบก แบกมันไว้จนเต็มบ่า ไม่ไหวอีกต่อไป เลยเป็นที่มาของการจำใจขาย TPN ทิ้งไปนั่นเอง…
แต่เชื่อว่าใจจริง PSTC คงไม่อยากขายหรอก…อยู่ในภาวะจำยอมต้องขายเสียมากกว่า
พอขายไปแล้ว…อย่างน้อย ๆ ก็ได้เงิน 354 ล้านบาท มาเติมสภาพคล่อง ต่อลมหายใจได้อีกเฮือก และได้ปลดเปลื้องพันธนาการออกไปด้วย
ว่าไปแล้วก็น่าเสียดายที่ PSTC ต้องขายธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อไป แต่ก็คงชั่งน้ำหนักดูแล้วว่าขายทิ้งไปตอนนี้…ดีกว่าทู่ซี้ทำต่อไปแหง ๆ…
…อิ อิ อิ…