“ดีอี” ลุยปราบแอปเงินกู้เถื่อน-ดอกเบี้ยโหด เตือนประชาชนระวังโฆษณาชวนเชื่อ

"กระทรวงดีอี” เผยเดินหน้าปราบปรามแอปเงินกู้ผิดกฎหมายและเว็บไซต์เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา ปิดกั้นแล้วกว่า 1,500 รายการ พร้อมเตือนประชาชนระวังโฆษณาชวนเชื่อ “กู้ง่าย ได้เร็ว” แนะตรวจสอบแอปผ่านเว็บไซต์ ธปท. ก่อนใช้บริการ หรือแจ้ง AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยถึงการปราบปรามแอปพลิเคชันสินเชื่อเงินกู้ผิดกฎหมาย รวมถึงเว็บไซต์หรือ URL ที่มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราว่า กระทรวงดีอีดำเนินงานอย่างต่อเนื่องภายใต้ 2 แนวทางหลัก เพื่อยกระดับการป้องกันและสกัดกั้นความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน

แนวทางแรก คือ การดำเนินงานเชิงรุก โดยใช้อำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 20 วรรคสอง ในการตรวจจับเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่มีข้อมูลเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย เมื่อพบความผิดปกติ กระทรวงดีอีจะส่งเรื่องไปยังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. กระทรวงการคลัง เพื่อตรวจสอบว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวมีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ หากพบว่าไม่ถูกต้อง กระทรวงดีอีจะส่งคำร้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งปิดกั้นเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันดังกล่าวไปยัง Store หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ISP

แนวทางที่สอง คือ การดำเนินการปิดกั้นตามข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. และ สศค. โดยกระทรวงดีอีจะตรวจสอบพยานหลักฐานว่ามีองค์ประกอบครบถ้วนเพียงพอสำหรับการยื่นคำร้องต่อศาลตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 20 (3) หรือไม่ ก่อนดำเนินการส่งคำร้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งปิดกั้นต่อไป

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ธปท. ได้ส่งรายชื่อแอปพลิเคชันให้กระทรวงดีอีดำเนินการยื่นคำร้องขอปิดกั้นต่อศาลแล้วจำนวน 79 แอป โดยกระทรวงดีอีได้ส่งให้ สศค. ตรวจสอบสถานะการจดทะเบียน และได้รับผลตอบกลับมาแล้วจำนวน 57 แอป จากนั้นกระทรวงดีอีได้ส่งคำร้องให้ศาลมีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายไปยัง Store โดยนำรายการที่เป็นสินเชื่อรายย่อยออกแล้วจำนวน 57 รายการ

นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังดำเนินมาตรการเชิงรุกในการปิดกั้นเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา โดยสามารถปิดกั้นได้แล้วจำนวน 1,466 URLs ในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ส่งผลให้ภาพรวมการดำเนินการกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายมีจำนวนรวมกว่า 1,500 รายการ

ทั้งนี้ ปัจจุบันพบว่า “สแกมเมอร์” มีการหลอกลวงประชาชนให้กู้เงินในหลากหลายรูปแบบ โดยมักใช้ข้อความชวนเชื่อผ่านเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย เช่น “กู้ง่าย ได้เร็ว ดอกเบี้ยต่ำ ใช้เอกสารน้อย ไม่ต้องมีหลักประกัน ติดแบล็กลิสต์ก็กู้ได้” ซึ่งหากประชาชนหลงเชื่อ อาจนำไปสู่การสูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเลขบัญชีธนาคาร รวมถึงอาจสูญเสียทรัพย์สินจากการถูกหลอกให้โอนเงินในรูปแบบค่าธรรมเนียม ค่ามัดจำ หรือเงินค้ำประกัน

นางสาวแนนกล่าวว่า ขอเตือนประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนใช้บริการกู้เงินผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อแอปเงินกู้ที่มีการลงทะเบียนถูกต้องได้ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยค้นหาคำว่า “เช็กแอปเงินกู้” เพื่อยืนยันความถูกต้องก่อนใช้บริการ

ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอีได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กสทช. ปปง. ธปท. และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยหากประชาชนหลงเชื่อและโอนเงินค่ามัดจำหรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ไปแล้ว สามารถแจ้งระงับบัญชีได้ทันทีผ่านศูนย์ AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

Back to top button