มาตรการสู้วิกฤตราคาน้ำมันทั่วโลก

สงครามระหว่าง “สหรัฐฯ และพันธมิตรอิสราเอล” กับ “อิหร่าน” นำไปสู่การปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” (เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติประมาณ 20% ของโลก)


สงครามระหว่าง “สหรัฐฯ และพันธมิตรอิสราเอล” กับ “อิหร่าน” นำไปสู่การปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” (เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติประมาณ 20% ของโลก) “โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน” หลายแห่ง บนพื้นที่ตะวันออกกลางได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนก่อให้เกิด “วิกฤตพลังงานโลก” ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก

ทำให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ จึงต้องมีการออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ เพื่อจำกัดผลกระทบต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจที่จะตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“สหราชอาณาจักร” มอบเงินช่วยเหลือครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันในการทำความร้อนจะมีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย และออกคำเตือนว่ารัฐพร้อมเข้าแทรกแซงทันที หากพบว่า “ผู้ขายน้ำมันฉวยโอกาสจากวิกฤต” นี้

“ออสเตรเลีย” รัฐวิกตอเรีย ประกาศจะเปิดให้ประชาชนเดินทาง ด้วยขนส่งสาธารณะฟรีตลอดเดือนเมษายน 2569 ส่วนรัฐแทสเมเนีย จะไม่เก็บค่าโดยสารไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อจูงใจให้ประชาชนไม่ขับรถส่วนตัว ขณะที่รัฐบาลกลาง ประกาศว่าจะลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่รถยนต์เช่นกัน

“ไอร์แลนด์” รัฐบาลปรับลดภาษีน้ำมันเบนซินและดีเซล เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน จะช่วยลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับทำความร้อนในบ้านเช่นกัน ขยายเวลาการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายสำหรับเชื้อเพลิงเพื่อทำความร้อนในบ้าน ให้แก่ผู้รับสวัสดิการสังคม

“อียิปต์” มีการออกมาตรการชั่วคราว เพื่อลดการบริโภคเชื้อเพลิง เช่น ให้ร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ต่าง ๆ ต้องปิดบริการภายใน 3 ทุ่ม (21.00 น.) มีการหรี่ไฟถนนและป้ายโฆษณาริมทาง สนับสนุนให้พนักงานทำงานจากที่บ้านอย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ ชะลอโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานสูง และลดโควตาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ของทางราชการลง 1 ใน 3 ของทั้งหมด ส่วนโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญต่อเศรษฐกิจ..ได้รับการยกเว้น

“เกาหลีใต้” รัฐบาลเกาหลีใต้ ประกาศรณรงค์ให้ประชาชนลดเวลาอาบน้ำ ลดการชาร์จแบตโทรศัพท์ระหว่างวัน และใช้เครื่องดูดฝุ่นเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น และพิจารณามาตรการการทำงานจากที่บ้านอย่างจริงจัง

“ศรีลังกา”ประกาศให้วันพุธเป็นวันหยุดราชการเพิ่มอีกวัน สำหรับสถาบันของรัฐ เช่น โรงเรียนและมหาวิทยาลัย นอกจากนี้มีการกำหนดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง โดยจำกัดให้ผู้ขับขี่รถยนต์ใช้น้ำมันไม่เกิน 15 ลิตรต่อสัปดาห์และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่เกิน 5 ลิตรต่อสัปดาห์

“ฟิลิปปินส์” ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ โดยรัฐบาลได้ให้เงินอุดหนุนแก่คนขับรถขนส่ง ลดบริการเรือข้ามฟาก ลดชั่วโมงการทำงาน กำหนดให้ข้าราชการทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน และอาจต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าถ่านหินมากขึ้น เป็นการชั่วคราว เพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน หลังราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพิ่มขึ้นมาก

“สิงคโปร์” มีการเรียกร้องให้ประชาชนและธุรกิจต่าง ๆ หันมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน เปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าและเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเพื่อใช้พลังงานน้อยลง

“เวียดนาม” สนับสนุนให้ประชาชนอยู่บ้านมากขึ้นเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง และลดการใช้รถส่วนตัวเมื่อไม่จำเป็น โดยให้หันไปใช้จักรยาน ใช้รถร่วมกันหรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทน

สุดท้าย “เมียนมา” รถยนต์ส่วนบุคคลได้รับอนุญาตให้วิ่งได้เฉพาะวันเว้นวัน ลักษณะป้ายทะเบียนรถเป็นเลขคี่หรือเลขคู่ ยกเว้น รถยนต์ไฟฟ้าและรัฐบาล ได้นำระบบการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงแบบดิจิทัลมาใช้ โดยการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจะถูกสแกน บันทึกและติดตามโดยใช้รหัส QR Code บนยานพาหนะ..นั่นเอง

Back to top button